นำ..."เทคนิคการถ่ายภาพบุค..ให้ได้ดี #1"... มาฝาก

 
   HOME | ทดสอบอุปกรณ์ |  บทความ |  การถ่ายภาพ | การแต่งภาพ | เว็บบอร์ด | แกลลอรี่ | สุดยอดแกลลอรี่ | ราคากล้อง | ร้านกล้อง | ติดต่อเรา  
 
 กล้องดิจิตอล กล้องดิจิตอล บอร์ด 3 บอร์ดโชว์รูป
  กระทู้นี้มีผู้อ่านไปแล้ว 60342 ครั้ง
 
" นำ..."เทคนิคการถ่ายภาพบุค..ให้ได้ดี #1"... มาฝาก "  

 


เหลือบตามขึ้นมอง..."หัวข้อกติกา"...ด้านบน

ซึ่งกำหนดไว้ว่า...
"บอร์ดนี้สำหรับโชว์รูปนะครับ โพสให้ถูกบอร์ดด้วยละ ไม่งั้นอาจจะถูกลบทิ้งนะครับ"


....................................

ชักให้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า..."จะโพสต์ตรงบอร์ด..หรือไม่?"

วาน..เวปมาสเตอร์พิจารณาด้วยก็ล่ะกัน

..............................


# ภาค 1

การที่เราจะถ่ายภาพบุคคล(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..นางแบบ) ให้ได้ดี..ให้ออกมาสวยเป็นที่น่าพอใจ(ของตัวแบบเอง)นั้น

ตัวช่างภาพเองจะต้องคำนึงถึงเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้..


*การทิ้งฉากหลัง หรือ ละลายฉากหลัง

ดีตรงที่จะทำตัวแบบเด่น ไม่มีฉากหลังรก ๆ มาแย่งสายตา
แต่ในบางกรณี..หากฉากหลังไม่แย่งสายตา หรือ เป็นลักษณะฉากหลังที่สามารถที่จะเล่าเรื่องราวได้ ก็ถือได้ว่า ?เป็นภาพที่สมบูรณ์? เช่นกัน


*แสงสีของฉากหลัง

แสงสีของฉากหลังที่ดี ก็คือ แสงสีของฉากจะต้องมืดกว่าค่าแสงเฉลี่ยของหน้านางแบบ และสว่างกว่าค่าแสงที่ผมส่วนมืดของนางแบบ
(ในบางกรณี..เราจะอาจกำหนดให้ฉากหลังชัดก็ได้ หากฉากหลังมีความน่าสนใจ แต่ถ้าหากฉากหลังนั้นมีลักษณะไม่สวยงาม ยุ่งเหยิง รวมทั้งจะไปแย่งความเด่นของตัวแบบไปโดยไม่จำเป็นแล้ว ก็ให้ใช้วิธีการละลายฉากหลัง หรือ เลี่ยง/หลบฉากหลังแทน)


*อย่าให้ตัวแบบ/นางแบบกลายเป็นคนพิการ

?ถ่ายรูปคนอย่าทำให้นางแบบเป็นคนพิการเด็ดขาด? นั่นคือ อย่าให้ปลายมือ ปลายเท้า ข้อศอกขาดพยายามเก็บเข้ามาในเฟรมให้หมด ถ้าจะตัดส่วนไม่เอาไว้ในเฟรมก็ต้องตัดให้เห็นว่าจงใจตัด เช่น ตัดสูงกว่าศอกและเข่าแต่ประเภทเห็นทั้งตัว ยกเว้นนิ้วเท้าอย่างนี้ไม่ควรตัดอย่างเด็ดขาด


*อย่าให้ตัวแบบคอขาด

ถ้าฉากหลังเป็นท้องฟ้า ทะเล ขอบฟ้า หรืออะไรก็ตาม ที่มีเส้นนอน พยายามอย่าจัดให้พาดผ่านคอนางแบบเด็ดขาด เพราะจะทำให้ได้ภาพในลักษณะ ?นางแบบคอขาด?
ถ้าจะให้ที่สุดดีควรจัดให้เส้นนอนอยู่สูงกว่าระดับศีรษะ หรือ ต่ำกว่าไหล่จึงจะทำให้ภาพดูดีขึ้น


*การวัดแสงที่หน้าให้ โฟกัสไปที่ลูกตาเป็นสำคัญ

?ถ่ายรูปลูกตาต้องชัดเสมอ? ถ้าหากไม่ชัดก็จะต้องมีเหตุผลมารองรับว่า...ทำไมถึงอยากให้ชัด

*ใบหน้าจะเป็นจุดแรกที่คนมอง อย่างน้อยที่สุด เราจะต้องเซ็ทให้แสงที่หน้าพอดีเสมอ ยกเว้นในกรณีที่เจตนาให้มืด หรือสว่างกว่าปกติ...แต่ก็ต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอ


*จะเลือกขวา หรือ ซ้าย ดี

ปกติแล้วใบหน้าของคนเราทั้งสองซีก ?สวยไม่เท่ากัน? เรื่องนี้ช่างภาพเองจะต้องอาศัยการพินิจพิจารณาให้ดี ๆ หลังจากนั้นจึงค่อยพยายามจัดกล้องให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่า หรือจัดแสงหลักให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่า


*ตาโตสิ..ดูดีกว่า

ดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า ใบหน้าของคนเราทั้ง 2 ซีก..สวยไม่เท่ากัน? คำถาม แล้วเราจะสังเกตได้อย่างไรล่ะ?
ใบหน้าซีกที่สวยกว่าดูไม่ยากครับ..มันมีเคล็ดลับอยู่ว่า ให้ดูที่ลูกกะตา ?หากลูกตาข้างไหนโตกว่า..ใบหน้าข้างนั้น คือ ข้างที่สวยกว่า? (อันนี้...ถือเป็น ?เคล็ดลับ? ที่รู้กันในหมู่ช่างภาพระดับเซียน ๆ ทั้งหลายครับ)


*ให้แสงครึ่งหน้า

ในกรณีที่สภาพของแสงที่ตกกระทบบนใบหน้าทั้งสองฟากมีความต่างกันมาก ผลที่ออกมาก็คือ ซีกหนึ่งสว่างจ้า แต่อีกหนึ่งมืด หากมีสภาพแสงในลักษณะนี้
ประการแรกให้ถามตัวแบบว่า ชอบสภาพแสงในลักษณะนี้หรือไม่
สภาพที่แหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านข้าง หากดูแล้วเห็นว่าจะทำให้ตัวแบบบถ้าดูแล้ว ?ดูไม่ดี? เราสามารถกำหนดเทคนิคให้ตัวแบบหันหน้าเข้าหาแสงเล็กน้อยก็จะดูขึ้นมากทีเดียว


*อย่าให้นางแบบหน้ามืด

หากจำเป็นที่เราจะต้องถ่ายภาพย้อนแสง ก็ให้ Fill flash เพื่อลบเงา(เปิดแสง)ที่ตัวแบบ (ยกเว้นในกรณีที่เราต้องการในลักษณะ Silhouette ก็ว่าไปอย่าง)


*เงยหน้านิดนึง..แล้วจะดี

กำหนดให้ตัวแบบเงยหน้าขึ้นนิดนึง ภาพจะออกมาดูดีกว่าหน้าตรง หรือก้มหน้างุด ๆ (ยกเว้นเจตนาให้ได้ภาพที่แสดงออกซึ่งอารมณ์อื่นใด???)
*เคล็ดลับหนึ่งในการดูว่าใบหน้าข้างไหนสวยกว่ากัน ก็คือ ให้สังเกตที่มุมปากเวลายิ้มขอวตัวแบบ (มุมปากข้างไหนยกสูงกว่ากัน ก็ข้างนั้นแหละครับ


*หนูไม่ใช่ภาพการ์ตูน(ถมดำ)นะ

นางแบบไม่ใช่ตัวการ์ตูน ดังนั้นเส้นผมของนางแบบจึงควรจะเห็นเป็นเส้นๆ ไม่ใช่ดำเป็นปื้น ถ้ามองแล้วเห็นผมดำเป็นปื้น ให้จัดแสงใหม่ ให้แสงกระทบผมให้ดี หรือหรี่ช่องรับแสงลงนิดนึงเพื่อให้ผมเป็นเส้น หรือ ใช้เทคนิค Rim Light นั่นเอง
(ซึ่งการใช้เทคนิคนี้...มีการวัดแล้ว สรุปว่าได้ว่าจะทำให้ตัวแบบ(นางแบบ)สวยขึ้น 18.75% รวมทั้งจะทำให้ผมสวยขึ้น 33.29%... (ว่าไปนั่น)

....................................


วันนี้พอแค่นี้ก่อน..เน้อ


เนื้อหา...."ยาวไปหน่อย"....


*ยังมีเนื้อหาสาระที่สำคัญเกี่ยวกับ "เทคนิคการถ่ายภาพบุคล..ให้ได้ดี" อีกมากหลากหลายหัวข้อด้วยกัน

วันหลัง..มีเวลาจะได้เข้ามาเขียนเพิ่มเติมอีก...


*ถ้าไม่ "เรอ" กันเสียก่อนนะ
 

 

  Peesuh  
    klongdigital 's member
    วันที่ : 11-03-2549 16:48   Point = 1506
 
  ความคิดเห็นที่ : 1    

ขอบคุณมากนะครับ ที่ให้ความรู้ แต่ยังหานางแบบมาลองถ่ายไม่ได้เหรอครับ เหอะๆๆ
 
 
  kunimi   ส่งอีเมล์
    อยู่และเรียนรู้ http://kunimi893.multiply.com , www.koratphotoclub.net
    วันที่ : 11-03-2549 17:04   Point = 6898
 
  ความคิดเห็นที่ : 2    

ผมพิมผิด จากคำว่า "เหรอ" เป็นคำว่า "เลย" นะครับ หุๆๆ
 
 
  kunimi   ส่งอีเมล์
    อยู่และเรียนรู้ http://kunimi893.multiply.com , www.koratphotoclub.net
    วันที่ : 11-03-2549 17:05   Point = 6898
 
  ความคิดเห็นที่ : 3    

ฮะ ฮะ ฮะ...สะเพร่า ๆ จริง ๆ หนอเรา...

ชื่อ "หัวข้อ" ยังพิมพ์ผิดเลย...(พิมพ์ตก.."คล"..เฉยเลย)

*วานเวปมาสเตอร์ ช่วยแก้ให้ถูกด้วยนะครับ

(เพราะดูแล้วบอร์ดนี้ไม่มีการ "แก้ไขข้อความ" แต่อย่างใด)

................................

งั้น! ขอนำเนื้อหาสาระ อันเป็นส่วนขยายความ.. เรื่อง "การทิ้ง/ละลายฉากหลัง"

(ซึ่งก่อนหน้านี้..ผมได้เคยไปโพสต์แนะนำไว้ในบอร์ดอื่น และได้พิมพ์จัดเก็บไว้แล้วใน Word แล้ว)

เอามาทดแทน(ความสะเพร่า)ของตัวเอง.ก็ล่ะกันเนอะ

......................


เทคนิคการทิ้ง/ละลายฉากหลัง

เทคนิคการละลายฉากหลัง สามารถปรับใช้ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น

*การกำหนดรูรับแสง

ซึ่งเป็นเทคนิคพื้นฐานที่สุดในการที่จะถ่ายภาพให้หลังเบลอ นั่นคือ หลังจากได้ตัวแบบแล้ว ก็ให้ปรับขนาดรูรับแสงให้กว้างที่สุด ส่วนใครจะถนัดใช้โหมดไหนก็ให้โยกสวิทช์ไปยังโหมดนั้น ๆ เช่น

*โหมด AV(EV) : ข้อดีของโหมดนี้ คือ กล้องจะปรับความเร็ว(ชัตเตอร์)ให้สัมพันธ์กับขนาดรูรับแสงที่เราได้ปรับตั้งไว้แต่ต้น รวมถึงปรับค่าไวบาลานด์เป็นค่าอัตโนมัติ ลักษณะแสงที่ตกกระทบของการใช้โหมดนี้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้แสงธรรมชาต) จะค่อนข้างสมดุล พอดี ๆ แต่...หากใครต้องการใครต้องการค่าแสงตามใจฉันซักหน่อย เช่น ต้องการให้โอเวอร์นิด หรืออันเดอร์หน่อย... ก็ให้โยกไปที่

*โหมด P : โหมดนี้จะสามารถกำหนดค่าความเร็วชัตเตอร์ได้ด้วยตนเอง ส่วนค่าอื่น ๆ จะเป็นค่าอัตโนมัติ
แต่หาก..ปรับค่านี้ก็แล้วแต่ยังไม่ได้ดั่งใจ...ก็ให้ปรับไปที่...

*โหมด M : โหมดนี้เราจะสามารถปรับขนาดความเร็วชัตเตอร์ ค่าไวท์บาลานด์ ค่า ISO ค่าชดเชยแสง อัตราแฟรช และค่าอื่น ๆ ได้ตามใจฉันอย่างแน่นอน
*ในสภาพแสงน้อย หากต้องการให้ได้ภาพที่เป็นแสงธรรมชาติจริง ๆ ก็ควรระวังเรื่องกล้องสั่นด้วย

อย่างไรก็ดี เทคนิคนี้จะบังเกิดผลเป็นที่น่าพอใจยิ่งก็ต่อเมื่อ ควรปรับที่อัตรา1:1 ซึ่งหมายความว่า เพราะหากปรับขนาดรูรับแสงที่ 2.8 แล้ว ผู้ถ่ายเองจะต้องเป็นเดินเข้าหาตัวแบบเองจนกว่าจะได้ขนาดเฟรมเป็นที่น่าพอใจ เพราะหากผู้ถ่ายยืนจุดเดิมแล้วใช้การดึงซูมแล้วไซร้ ค่าของแสงเข้า(f-stop)ก็จะมีอัตราเป็นปฏิภาคกับขนาดช่วงซูมทันที...ส่วนว่าจะมาก/น้อยเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของกล้องรุ่นนั้น ๆ..
(ยกเว้นกล้องบางยี่ห้อ..เช่น FZ10/20 ซึ่งจะมีค่ารูรับแสง 2.8 ตลอดช่วงซูม)


*เทคนิคการเลี่ยงฉากหลัง, ผลักฉากหลัง

ต่อเนื่องจากข้างบน แต่อาศัยความพิถีพิถันอีกนิดในการกำหนดฉากหลัง นั่นคือ การเลี่ยงฉากหลังที่จะรวบกวน(แย่งจุดสนใจ)จากตัวแบบไปจนหมดสิ้น กล่าวคือ พยายยามหาฉากหลังที่มีโทนสีมืดกว่าตัวแบบ ในบางกรณีอาจจะสว่างกว่าก็ได้ แต่ก็ไม่ควรให้มีสีสันเจิดจ้ารบกวนมากเกินไป
แต่..ในบางครั้งก็อาจจะต้อง "มีการจัดฉาก" กันบ้าง กล่าวคือ อาจจะต้งมีการการผลัก หรือดึงฉากหลังให้ออกห่างตัวแบบให้มากที่สุด
(สมัยเรียนวิชาการถ่ายภาพ..อาจารย์มักกำชับว่านักศึกษาทุกคนควรพกผ้าโทนสีเข้ม, ดำ ที่ไม่สะท้อนแสง เช่น ผ้ากำมะหยี่ ขนาดอย่างน้อย 1.5x1.5 เมตร และเชือกไว้ในกระเป๋าเสมอ ทั้งนี้เพราะบางครั้งจำเป็นที่เราจะต้องเอาผ้ามาทำเป็นฉากหลังเสียเอง หรือในบางกรณีก็อาจจะจำเป็นต้องใช้เชือกผูกโยงเพื่อดึงฉากหลัง(สิ่งรบกวน)ให้พ้นจากตัวแบบให้มากที่สุด
*ในกรณีที่ผู้ถ่ายไม่สามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้มากกว่ากว่านั้นอีกแล้ว...จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยอาศัยการซูมเข้าช่วย ก็พยายามปรับขนาดรูรับแสงให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็พยายามหามุมภาพที่มีหลังฉากหลังอยู่ห่างจากตัวแบบให้มากที่สุด


การทิ้ง/ละลายฉากหลัง นอกจากเทคนิคพื้นฐานดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ก็ยังจะมีเทคนิคอื่น ๆ อีก นั่นคือ


*การทำหลังดำ

ในกรณีเช่นนี้กล้องในระดับ Prosumer, DSLR/SLR จะได้เปรียบกล้องคอมแพ็คค่อนข้างมากทีเดียว เทคนิคนี้จะมีลักษณะตรงกันข้ามกับทคนิคหลังเบลอข้างต้นโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ วิธีการปรับเทคนิคนี้ก็คือ หลังจากปรับไปที่โหมด M แล้ว ให้ปรับขนาดรูรับแสงให้แคบที่สุด ปรับความเร็วชัตเตอร์สูงสุด หรืออาจจะรวมไปถึงต้องปรับค่าชดเชยแสง ค่า ISO ค่าไวท์บาลานด์ ฯลฯ (ภาพที่ปรากฎในหน้าจอจะอันเดอร์มากจนมองแทบไม่เป็นตัวแบบเลยก็ได้) หลังจากนั้นจึงค่อยไปปรับอัตราค่า fill flash เพื่อกำหนดให้ตกกระทบที่ตัวแบบ

หมายเหตุ :
สำหรับผู้ที่มีกล้องที่สามารถแยกแฟรช(sync flash)ได้ก็ยิ่งดีแล้วใหญ่ ทั้งนี้เพราะจะมีความสะดวกในการใช้เทคนิคนี้เป็นอย่างมากทีเดียว เพราะในการ fill flash นั้นจะสามารถกำหนดทิศทางการเข้าของแสงจากทิศทางใดก็ได้ เช่น กำหนดให้เข้าทางด้านซ้าย/ขวา หน้า/หลัง กดแสงลงมาจากด้านบน หรือเงยทะแยงจากด้านล่างก็ยัง หรือทิศทางอื่นใดก็ได้ รวมทั้งสามารถนำแฟรชเข้าไปจ่อ ใกล้ ๆ ตัวแบบ และสามารถจะกำหนดอัตราแสงตกระทบได้มากมาก/น้อยตามต้องการ เช่น ในกรณีการถ่ายภาพชิ้นงาน ถ่ายแบบ หรือ อื่นใด...ต้องการเน้นเฉพาะจุดใดจุด ได้
จุดเด่นของการใช้เทคนิคนี้ ก็คือ จะได้ภาพที่มีลักษณะ ?หลังดำ? คือ ตัวแบบเด่น ฉากหลังมืด

ข้อแนะนำ :
ถ้าจะให้ดี..หากเป็นไปได้ควรใช้วิธีเลี่ยงฉากหลัง หรืออาจจำเป็นต้อง ?จัดฉาก? โดยการผลักให้ฉากหลังออกห่างจากตัวแบบให้มากที่สุด...เพื่อไม่ให้มารกรุงรังอยู่ใกล้ ๆ ตัวแบบนั่นเอง


*การกำหนดรูรับแสง(แคบ) :

เทคนิคการกำหนดรูรับแสง(แคบ)นี้มีวีการแทบจะเหมือนๆ กับเทคนิคหลังดำดังกล่าว เพียงแต่ให้ดีกรีความเข้มในการปรับให้อ่อนลงมาหน่อยเท่นั้น กล่าวคือ ในกรณีที่ต้องการถ่ายตัวแบบ แต่..มีข้อแม้ว่าให้ได้ฉากหลังด้วย

เงื่อนไข คือ อย่าให้ฉากหลังมารบกวนหรือดึงจุดสนใจไปจากตัวแบบมากเกินไป เช่น กรณีต้องการถ่ายตัวแบบ (นางแบบน่ะแหละ) กับฉากหลังที่เป็นแนวถนน ไฟประดับสถานที่ อาคารประดับไฟ หรือสถานที่อื่นใด

โดยเราสามารถปรับกล้องในลักษณะให้รูรับแสงแคบได้ดังนี้ครับ คือ
ปรับไปที่โหมด M : ปรับขนาดรูรับแสงให้แคบสุด ปรับความเร็วชัตเตอร์ในระดับหนึ่ง ปรับค่าไวท์บาลานด์(เพื่อให้ตรงกับสภาพแสงในขณะนั้น) หรืออาจจะหมายรวมไปถึงจะต้องปรับค่าชดเชยแสง และค่า ISO ด้วยก็ได้ โดยให้วัดแสงที่ฉากหลัง...ปรับจนกว่าฉากหลังอันเดอร์อย่างน้อย 2-3 สต็อปขึ้นไป(หรือจนกว่าจะพอใจ)
จากนั้นจึงค่อยไปปรับอัตรา fill flash ยิงแสงไปยังตัวแบบ (จะให้แสงที่ตัวแบบพอดี ๆ หรืออันเดอร์นิด โอเวอร์หน่อย นั่นก็แล้วแต่ความพอใจ)

จุดที่น่าสนใจของการปรับด้วยเทคนิคนี้ก็คือ นอกจากจะขับเน้นให้ตัวแบบโดดเด่นแล้ว เรายังจะได้ฉากหลังอีกด้วย(ให้รู้ว่าถ่ายบริเวณใด) แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ บรรดาแสงไฟหลอดต่าง ๆ ไม่ว่าจะมาจากรถยนต์ ไฟราวประดับ ไฟอาคาร ฯลฯ จะมีประการแฉกสวยงามแปลกตาออกไป

หมายเหตุ :
การใช้เทคนิคนี้สามารถปรับนำไปใช้กับการถ่ายภาพในกรณีที่ตัวแบบ และฉากหลังมีค่าความต่างของแสง(contrast) มากเกินไป แต่..เราต้องการให้ได้ทั้งตัวแบบและโลเคชั่นหรือฉากหลังด้วยในคราวเดียวกัน เช่น ชายทะเล หรือบริเวณน้ำตก หรืออื่นใด ซึ่งฉากหลังมักจะมีแสงแดดจัด (แต่ตัวแบบหลบอยู่ในที่ร่มไม่ยอมออกไป..กลัวผิวเสียอะไรประมาณนั้น)... แต่กระนั้นก็ยังอยากจะได้วิวทะเลหรือน้ำตกสวย ๆ ด้านหลังด้วย ซึ่งหากเราถ่ายโดยใช้โหมดอัตโนมัติหรือโหมดสำเร็จรูปที่กล้องให้มา (ซึ่งกล้องก็มักจะวัดแสงให้พอดีที่ฉากหลังแทน) ตัวแบบด้านหน้าก็จะมืดตึ๊ดตื๋อ ไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ

แนะนำ :
วิธีการที่จะได้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการนั้น... ?แทบจะเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น? เพียงแต่ให้เราวัดแสงที่ฉากหลังที่พอดี หรือเป็นที่น่าพอใจ (ซึ่งแน่นอนว่าภาพตัวแบบที่ปรากฏในจอนั้นอันเดอร์หลายสต็อป) หลังจากนั้นผู้ถ่ายจึงไปปรับอัตราการ fill flash เพื่อให้ไปตกกระทบที่ตัวแบบ
(ซึ่งอาจจะใช้วิธีการถ่ายเทสต์ดูจนกว่าจะได้สภาพภาพที่ตัวแบบเป็นที่น่าพอใจ หรืออย่างในกรณีของกล้องฟิล์มก็อาจจะใช้วิธีการถ่ายคร่อม)

*ออ! อีกตัวช่วยหนึ่ง ซึ่งจะให้คุณภาพแจ่มแจ๋วที่สุดในการถ่ายให้ฉากหลังเบลอ ก็คือ ?การใช้เลนส์จำเพาะ? นั่น
คือ การใช้เลนส์เทเลโฟโต้ หรือเลนส์ซูม
(ที่มีช่วงยาวมาก ๆ.. อย่างน้อยก็ซัก 145 มม. ขึ้นไป)

 
 
  Peesuh   ส่งอีเมล์
    klongdigital 's member
    วันที่ : 11-03-2549 17:22   Point = 1506
 
  ความคิดเห็นที่ : 4    

อีกแล้วกับความรู้ดีที่มีให้ จากคุณ Peesuh แจ่มคับๆ ^^
 
 
  mee001fat   ส่งอีเมล์
    อย่าบอกให้ใครรู้..ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร http://mee001fat.multiply.com
    วันที่ : 11-03-2549 23:02   Point = 13861
 
  ความคิดเห็นที่ : 5    

คราวนี้...ต้องขอบคุณแบบ Direct เลยค่ะ

รู้แล้วว่าถ่ายภาพบุคคลต้องทำยังงัย พออ่านเทคนิคจากคุณอาแล้ว เพิ่งทราบว่าเทคนิคของ Zuume ก้อเป็นไปตามหลักวิชาเหมือนกันนะเนี่ย เรื่องเปิดรูรับแสงเพื่อบดบังฉากหลังที่เลอะเทอะน่ะ.........

ขอบคุณค่ะ

 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 6    

อ่านแล้วสมองบวมขึ้นอีกนิด ดีมากครับ
รบกวนคุณPeesuhช่วยวิจารณ์กท.00278ด้วยครับ(ตั้งใจถ่ายมาก)
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 7    

ขอบคุณครับสำหรับความรู้ มีอะไรดีๆบอกกันอีกนะครับ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 8    

โอววว....สมองมีรอยหยักเพิ่มขึ้นแร้วว...เย่ๆๆๆ จากที่ไม่มีเรย
 
 
  mee001fat   ส่งอีเมล์
    อย่าบอกให้ใครรู้..ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร http://mee001fat.multiply.com
    วันที่ : 12-03-2549 11:25   Point = 13861
 
  ความคิดเห็นที่ : 9    

เป็นเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยค่ะ

ต้องขอขอบคุณ คุณ Peesuh มาก ๆ นะคะ ที่นำความรู้นี้มาแบ่งปัน ชี้แนะ

ขอขอบคุณจากใจจริงค่ะ

 
 
  ความคิดเห็นที่ : 10    

มีเรื่องที่ควรจำเพิ่มมาในชีวิตอีกเรื่อง
 
 
  Lovedays   ส่งอีเมล์
    http://lovedays.hi5.com/
    วันที่ : 12-03-2549 12:15   Point = 2462
 
  ความคิดเห็นที่ : 11    

เยี่ยมๆๆๆ ครับ

จำได้ลาง ๆ ว่าได้เคยเรียนมาบ้างเหมือน แต่ชักจะลืม ๆ ไปหมดแล้วล่ะครับ

ขอบคุณ คุณ Peesuh มากครับ ที่ได้ช่วยรื้อฟื้นความรู้เดิม ๆ อีกรอบ

ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ

เข้ามาแนะนำบ่อย ๆ นะครับ ผมจะพยายามเข้ามาขอรับความรู้บ่อย ๆ ที่สุดเท่าที่จะบ่อยไดครับ

ที่จริงผมได้สมัครเป็นสมาชิกหลายวันแล้วครับ แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาได้เข้ามา
 
 
  Kwan   ส่งอีเมล์
    klongdigital 's member
    วันที่ : 12-03-2549 12:30   Point = 121
 
  ความคิดเห็นที่ : 12    

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง สำหรับความรู้ที่ท่านกรุณามอบให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้เจริญๆ ขอบคุณม๊ากมาก........
 
 
โดย : เมื่อวันนั้นมาถึง    วันที่ : 12-03-2549 22:24
 
  ความคิดเห็นที่ : 13    

เป็นปกติวิสัย ได้เวลา..ที่จะต้องเข้าเน็ต...ดูข่าว!

แต่..ยังไง้ ยังไง ก็ขอแวะเวียนมายังบอร์ดนี้ก่อนก็ล่ะกัน

..............................


ตะแรก...ตั้งใจว่าจะนำเอา "เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล..ให้ได้ดี #2" มาฝาก...ต่อจากกระทู้นี้

แต่ดูแล้วเนื้อหาค่อนข้างเยอะพอสมควร รวมทั้งจะทำกระทู้ยาวเกินไป.....

*รู้ว่า..วัยรุ่นขาโจ๋ไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่หรอก...กะเนื้อหาเชิงวิชาการอย่างนี้

*จึงขอยกยอดไปเปิดเป็น.."กระทู้ใหม่".. ก็ละกัน


........................


สวัสดียามเย็น...ทุกคนครับ

และก็เช่นเคยครับ...

จะรู้สึกยินดียิ่ง หาก..เนื้อหาสาระดังกล่าวข้างต้น "จะยังประโยชน์" ให้กับทุกคนได้..บ้าง


 
  Peesuh   ส่งอีเมล์
    klongdigital 's member
    วันที่ : 13-03-2549 16:41   Point = 1506
 
  ความคิดเห็นที่ : 14    

ขอบคุณมากครับ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 15    

Ecellent


Thank yoy very much krub

 
 
โดย : ผ่านมา    วันที่ : 15-03-2549 14:07
 
  ความคิดเห็นที่ : 16    

เพิ่งเห็นว่ามีหัวข้อ นำ..."เทคนิคการถ่ายภาพบุค..ให้ได้ดี #1" นี้ด้วย

ฮิ ฮิ นึกว่า "ถ่ายภาพหนังสือ" ให้ได้ดีซะอีก

ตามมารับความรู้ต่อครับ

ขอบคุณมาก ๆ นะครับ หัวโป่งขึ้นอีกเยอะเลยครับ

 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 17    

เยี่ยมครับ


ขอบคุณมากครับ


ผมขออนุญาต copy เก็บเป็นไฟล์ และจะพริ้นท์แจกพรรคพวกต่อนะครับ


 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 18    

แจ่มมาก ๆๆๆๆ ครับ

 
 
โดย : น้าสงค์    วันที่ : 22-03-2549 15:11
 
  ความคิดเห็นที่ : 19    

แล้วถ้าตากับมุมปากเท่ากันพอดีล่ะคะ จะรู้ได้ไงว่ามุมไหนถ่ายแล้วดีกว่า
 
 
โดย : โมจัง    วันที่ : 28-03-2549 12:18
 
  ความคิดเห็นที่ : 20    

ได้ความรู้ดีจัง เยี่ยมไปเลยค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 21    

ดีจัง

ได้รับความรู้มาก ๆ เลยค่ะ

ขอบคุณมาค่ะ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 22    

ดีจังเลย ดีใจที่หลงเข้ามาเว็บนี้ค่า

ชอบจัง ได้รับความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพให้ได้ดีอย่างมากมายเลยค่ะ

ต้องขอขอบคุณ คุณ Peesuh เป็นอย่างยิ่งอีกครั้งค่ะ
(ตามมาจากทู้แรกค่า )
 
 
โดย : Oil (ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก..ค่า)    วันที่ : 24-04-2549 17:39
 
  ความคิดเห็นที่ : 23    




แจ่ม ๆๆๆๆๆๆ

Thanks kaaaaaa


 
 
  ความคิดเห็นที่ : 24    

เข้ามารับความรู้ด้วยคนค่ะ
จริงๆก็อ่านหลายรอบแล้วแต่ไม่ค่อยเข้าใจ
หมายถึงตัวคนอ่านหน่ะค่ะ ที่ไม่รู้เรื่อง
ค่อยเป็นค่อยไป คงเข้าใจสักวัน
 
 
  r_bachay   ส่งอีเมล์
    วุ่นวายแท้หนอชีวิต
    วันที่ : 30-04-2549 19:21   Point = 6168
 
  ความคิดเห็นที่ : 25    



แปลได้ว่า แจ่มมากครับ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 26    

เป็นเทคนิคที่ดีจังเลยครับ


มีโอกาสแล้วจะลองถ่ายตามเทคนิคนี้ดูนะครับ


ได้ถ่ายภาพนางแบบมื่อไหร่แล้วจะส่งภาพมารบกวน Peesuh ช่วยวิจารณ์ให้ด้วยนะครับ

ขอขอบคุณ คุณ Peesuh อย่างมากมายจริง ๆ ครับ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 27    

ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีๆ
 
 
  Danny35mm   ส่งอีเมล์
    klongdigital 's member
    วันที่ : 20-06-2549 10:20   Point = 1
 
  ความคิดเห็นที่ : 28    

อิอิ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 30    

-ขอบคุณครับ