ขอนำ..เทคนิค Golden Mean มาฝากครับ....

 
   HOME | ทดสอบอุปกรณ์ |  บทความ |  การถ่ายภาพ | การแต่งภาพ | เว็บบอร์ด | แกลลอรี่ | สุดยอดแกลลอรี่ | ราคากล้อง | ร้านกล้อง | ติดต่อเรา  
 
 กล้องดิจิตอล กล้องดิจิตอล บอร์ด 3 บอร์ดโชว์รูป
  กระทู้นี้มีผู้อ่านไปแล้ว 30016 ครั้ง
 
" ขอนำ..เทคนิค Golden Mean มาฝากครับ.... "  

 


ตะแรก..ตั้งว่าจะลงมือเขียนด้วยตนเอง

แต่นึกขึ้นมาได้ว่า..วันก่อนมีลูกศิษย์ได้เคยมาถามผม.."เกี่ยวกับเรื่อง Rule of Third" (เพื่อที่จะนำไปทำรายงาน)..

ผมไม่มีเวลาที่จะอธิบาย จึงได้สั่งให้ค้นหาเอาจากเน็ต(เครื่องคอมพ์ฯ ส่วนตัวของผม) โดยผมได้กำหนดให้ค้นหาในหัวข้อ "Golden Mean" แทน
(ทั้งนี้เพราะว่า คำว่า "Golden Mean" นั้นจะมีความหมาย และสาระสำคัญมากกว่าแค่คำว่า Rule of Third นั่นเอง
)
และ..เมื่อค้นหาได้แล้ว ลูกศิษย์ก็จัดได้พิมพ์และจัดเก็บไว้ในรูปของ Word

*ต้องขออภัยผู้เขียนต้นฉบับเป็นอย่างยิ่ง "ที่ไม่ได้ใส่เครดิตไว้เลย"

*ผมขออนุญาตนำมาบอกเล่าต่อนะครับ....


..............................

การจัดองค์ประกอบแบบ golden mean - Composition

การจัดองค์ประกอบยอดฮิตวิธีหนึ่งที่ตำราทั้งหลายแนะนำ ก็คือ การใช้จุดตัดเก้าช่อง (rule of third) ก็คือ การแบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แล้ววางภาพตรงจุดตัดนั้นจริงๆ ก็คือ จะเป็นวางภาพในสัดส่วนสองจากสาม (2:3)
จริง ๆ แล้ว rule of third นั้นก็เอามาจาก golden mean นั่นเอง
golden mean คือ สัดส่วน (ratio) 1:1.6180339.. (ซึ่งเป็นตัวเลขมหัศจรรย์ ที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่สมัยก่อน)
และทุกวันนี้ถูกใช้ในทุก ๆ สิ่งรอบตัวเราโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว เป็นอะไรที่สมองของมนุษย์ตอบสนองดีเป็นพิเศษ อย่างเช่น มีการทดลองพบว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่คนชอบมากที่สุดเป็นสัดส่วน 1:1.618

1.618 มาจากไหน?
จากอนุกรม Fibonacci ( S[n] = S[n-1] + S[n-2] )
0,1,1,2,3,5,8,13,21,34,55,89,...
เอา 3/2 = 1.5
5/3 = 1.667
..
55/34 = 1.6176
89/55 = 1.6182
จากนั้น ค่าจะลู่เข้า ค่า ๆ หนึ่ง เรียกว่า Phi = 1.6180339... (เป็นอีกค่าคงที่ เหมือนค่า Pi และ e ที่เรารู้จัก)

จะเห็นว่า 3:2 ก็อยู่ในอนุกรม Fibonacci เหมือนกัน

พอรู้จักค่า Phi แล้ว.. มาลองแบ่งตารางกันบ้างดีกว่า..

จากรูป ขนาดสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน จะมีขนาดเท่ากับ 1:1.618 ของสี่เหลี่ยมใหญ่


Golden Section VS Rule of Third

ลองเทียบ 1.618:1 กับ 3:2
ใช้หลักการแบ่งเป็นสัดส่วนสี่เหลี่ยมคล้ายก็จะเป็นการเปลี่ยน golden section เป็น rule of third



Golden Spiral
โดยแบ่งภาพทีละ 1:1.618 ของด้านยาว แล้วลากจุดตัด เป็นเส้นโค้ง



มาเป็น Golden Triangle แบ่งเป็นสามเหลี่ยมคล้ายเท่าๆ กัน 3 อัน
(สี่เหลี่ยมเป็น 3:2 ก็ใช้ Golden Triangle แบบ 3:2 ก็ถือว่าใกล้เคียง)





...................................................................................................


ภาพตัวอย่าง..

แบบ Golden Section





แบบ Golden Spiral






แบบ Golden Triangle






 

 

โดย : Peesuh    วันที่ : 08-03-2549 18:38
 
  ความคิดเห็นที่ : 1    

ไหนรูปอ่ะคับ...มะเห็งมีเรยยง่า
 
 
  mee001fat   ส่งอีเมล์
    อย่าบอกให้ใครรู้..ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร http://mee001fat.multiply.com
    วันที่ : 08-03-2549 18:52   Point = 13861
 
  ความคิดเห็นที่ : 2    

ฮะ ฮะ ฮะ ดึงจาก Word มาแต่ตัวอักษร...รูปไม่ยอมมาด้วยแฮะ

.......

*งั้นขอนำรูปมาแปะตามหลัง...โดยจะแปะเริมไปทีละหัวข้อก็ล่ะกัน..นะ

.................

*จากหัวข้อ...
"จากรูป ขนาดสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน จะมีขนาดเท่ากับ 1:1.618 ของสี่เหลี่ยมใหญ่"

 
 
  ความคิดเห็นที่ : 3    

จากหัวข้อ..

*"ลองเทียบ 1.618:1 กับ 3:2
ใช้หลักการแบ่งเป็นสัดส่วนสี่เหลี่ยมคล้ายก็จะเป็นการเปลี่ยน golden section เป็น rule of third"


 
 
  ความคิดเห็นที่ : 4    

จากหัวข้อ..

"Golden Spiral
โดยแบ่งภาพทีละ 1:1.618 ของด้านยาว แล้วลากจุดตัด เป็นเส้นโค้ง"


 
 
  ความคิดเห็นที่ : 5    

จากหัวข้อ...

"มาเป็น Golden Triangle แบ่งเป็นสามเหลี่ยมคล้ายเท่าๆ กัน 3 อัน"

(สี่เหลี่ยมเป็น 3:2 ก็ใช้ Golden Triangle แบบ 3:2 ก็ถือว่าใกล้เคียง)
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 6    

จากหัวข้อ...

ภาพตัวอย่าง..

แบบ Golden Section
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 7    

จากหัวข้อ...

"ภาพตัวอย่างแบบ Golden Spiral"

 
 
  ความคิดเห็นที่ : 8    

จากหัวข้อ...

"ภาพตัวอย่าง..แบบ Golden Triangle"

 
 
  ความคิดเห็นที่ : 9    

เอ้า!

"ตัวอย่าง..แบบ Golden Triangle อีกภาพ"
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 10    

เอ้า...อีกที

"รวมมิตรภาพตัวอย่าง..แบบ Golden Triangle" อีกภาพล่ะกัน
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 11    

ว้าวว น่าสนใจ เป็นเทคนิคที่ดีจังคับ มันใช่ หลักจิตวิทยา รึป่าวคับเนี่ย
 
 
  mee001fat   ส่งอีเมล์
    อย่าบอกให้ใครรู้..ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร http://mee001fat.multiply.com
    วันที่ : 08-03-2549 19:21   Point = 13861
 
  ความคิดเห็นที่ : 12    

ก็กึ่งๆหลักจิตวิทยา เพราะการวางจุดสนใจที่เหมาะสมสามารถดึงดูดใจผู้ชมภาพได้ยาวนานกว่าวางแบบสะเปะสะปะ และองค์ประกอบดูสวยงามลงตัวกว่า แม้แรกๆจะดูไม่สมดุลย์อยู่บ้าง ดังนั้นการถ่ายภาพแบบมือใหม่ๆที่ชอบวางอะไรๆไว้ตรงกลางเป๊ะ ถ่ายไปซักพักจะรู้ครับผม..ตาหมี (อายุถ่ายภาพของคุณ Peesuh มากกว่าอายุนายซะอีกนะ ฮี่ๆๆ
 
 
  oldcat   ส่งอีเมล์
    ถ่ายภาพเรื่อยเปื่อย เลยเปลืองตังเรื่อยๆ
    วันที่ : 08-03-2549 19:43   Point = 2209
 
  ความคิดเห็นที่ : 13    

โอ้วว...มากด้วยประสบการณ์ นับถือคับๆ
 
 
  mee001fat   ส่งอีเมล์
    อย่าบอกให้ใครรู้..ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร http://mee001fat.multiply.com
    วันที่ : 08-03-2549 20:41   Point = 13861
 
  ความคิดเห็นที่ : 14    

ข้าน้อยขอคารวะ
 
 
  kamon   ส่งอีเมล์
    ถ่ายสวยไม่สวยขึ้นอยู่กับแบบ
    วันที่ : 08-03-2549 21:21   Point = 2748
 
  ความคิดเห็นที่ : 15    

อืม มีประโยชน์ดีนะครับ เพิ่งรู้ว่ามี Golden section ด้วยนะครับ
 
 
  kunimi   ส่งอีเมล์
    อยู่และเรียนรู้ http://kunimi893.multiply.com , www.koratphotoclub.net
    วันที่ : 08-03-2549 21:27   Point = 6898
 
  ความคิดเห็นที่ : 16    

เป็นความรู้อย่างแรง ดีมากเลยครับ
 
 
  maxImuz   ส่งอีเมล์
    ภาพดีจะเป็นกำลังใจ ส่วนภาพที่เสียไปคือประสบการณ์
    วันที่ : 08-03-2549 21:36   Point = 947
 
  ความคิดเห็นที่ : 17    

ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ

คุณ Peesuh มาเติมความรู้ให้พวกเราบ่อย ๆนะคะ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 18    

ช่างมีสาระยิ่งเสียนี้กระไร.........
 
 
  ช.ช้าง   ส่งอีเมล์
    เรื่องถ่าย..เป็นเรื่องธรรมชาติ
    วันที่ : 09-03-2549 10:27   Point = 7631
 
  ความคิดเห็นที่ : 19    

วันนี้ว่างงาน...จึงพอจะมีเวลาเข้ามาเยี่ยมเยือน

....................

เมื่อซัก 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้แว็ปเข้ามาสมัครสมาชิกเว็บนี้แล้ว...แจ้งกลับไปว่าได้ส่งรายการไปให้ที่ E-mail แล้ว
เข้าไปดูมา 2 รอบแล้ว...ยังไม่ได้แจ้งไปแต่อย่างใด
มิเป็นไร...ยังพอมีเวลา

*เข้ามาเติมเต็มเกี่ยวกับ "Golden Mean" อีกซักหน่อยก็ล่ะกัน

จำได้ว่าสมัยเรียน...ยังมี "กฎ(รูปแบบ)การแบ่งองค์ประกอบภาพ" อยู่อีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ

"Rule of Third from Golden Triangle" (หรือ Golden Triangle > Rule of Third)

*เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ Rule of Third (การแบ่ง 9 ส่วน)..อันมาจาก Golden Triangle นั่นเอง

อธิบาย :
เป็นการกำหนด"จุดวางภาพ" อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการกำหนด ดังนี้


อ้างอิงจากกรอบ 2:3 :

ลากเส้นทะแยงมุมไปหามุมตรงกันข้ามให้ครบทั้ง 4 มุม

จากแต่ละมุมให้เราลากเส้นตรงลงมาให้ตั้งฉากกันเส้นทะแยงมุมข้างหน้า

ซึ่งจะเกิด "จุดสัมผัสบนเส้นทะแยงมุม" 4 จุดด้วยกัน

หากเราลากเส้นประจาก "จุดสัมผัสบนเส้นทะแยงมุม" แต่ละจุดไปยังจุดสัมผัสบนเส้นทะแยงมุมด้านตรงกันข้าม ก็จะเกิดจุดตัดขึ้นมา 4 จุดด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะเป็นการแบ่งกรอบออกเป็น 9 ส่วนด้วยกัน


รูปประกอบ 1 :

(ลากเอาปื้ด ๆ กะมือ..เส้นอาจจะไม่ได้ระนาบ/สัดส่วนเปะ ๆ นัก )
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 20    

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า..

ลักษณะของ "Rule of Third from Golden Triangle" เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ "Rule of Third" (ปกติ : แบบแบ่ง 3 ส่วนแต่ละด้านเท่า ๆ กัน) แล้ว จะเห็นได้ว่า...

"จุดตัด" อันเกิดจากแบบ Golden Triangle จะมี "กรอบจุดตัด" ที่มีขนาดกว้างกว่า "Rule of Third"(ปกติ)

รูปประกอบ 2 : "Rule of Third" (ปกติ)
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 21    

เดี๋ยวต้องไปเซ็ทระบบคอมพ์ฯ ให้กะลูกค้าก่อน

ไว้มีเวลาจะเขียนเรื่อง "องค์ประกอบภาพ" มาฝากครับ

...............

ออ! แถมอีกนิดนึง


แถมเรื่อง..ความสมดุลของภาพ(Balance)... ล่ะกัน

ในการถ่ายภาพ..เราสามารถวางองค์ประกอบภาพให้เกิดความสมดุลได้ 2 แบบด้วยกัน คือ

1. สมดุลแบบสมมาตร
คือ การวางส่วนประกอบภาพที่เหมือนกันทั้งด้านซ้ายและขวา ภาพลักษณะนี้จะดูเป็นทางการ สงบนิ่ง มีระเบียบแบบแผน

2. สมดุลแบบอสมมาตร
คือ ภาพด้านซ้ายและขวามีความแตกต่างกันทางรูปร่าง แต่สามารถถ่วงน้ำหนักภาพให้รู้สึกว่ามีความน่าสนใจเท่า ๆ กันได้ หรือจะเรียกว่า ?สมดุลกันโดยความรู้สึก? ก็คงจะไม่ผิดอะไร

*ในการจัดวางภาพในลักษณะที่เน้น "ภาพเอก" เป็นหลักนั้น เมื่อเราคิดจะ "จับวาง" ภาพใด ๆ ลงไป ก็ควรคำนึงถึง "จุดถ่วง/สมดุลแบบอสมมาตร" เป็นสำคัญ (เพราะหากเราไปจัดวางในลักษณะสมดุลแบบสมมาตรแล้ว..จะกลายเป็นว่า "จุดที่มาถ่วงสมดุลย์" จะไปแย่งความเด่นของภาพเอก(ที่เราต้องการ)ไปทันที

อีกประเด็นหนึ่งที่เราควรจะคำนึงถึงในการจัดวางภาพแบบสมดุลอสมมาตร ก็คือ การเกิด Space ในภาพมากเกินไป ทำให้ภาพขาดความน่าสนใจได้ รวมถึงดูแล้ว "ภาพเอก" จะมีลักษณะโดดเดี่ยว "วิเวก วิโหวเหว" มากเกินไป

เน้น!
*"จุดถ่วง/สมดุล" ในลักษณะ "สมดุลแบบอสมมาตร" นั้นจะต้องไม่ไปแย่งความสนใจของภาพเอกอย่างเด็ดขาด

ง้ง งง ๆๆๆ กันหรือปล่าวครั?????....

เพราะผมนึกทบทวนความรู้/ความทรงจำเดิม ๆ ไป...และพิมพ์ไปพลาง การจัดลำดับความคิด ความเรียงอาจจะยุ่งเหยิงไปซักหน่อย


........................


ตัวอย่าง : ภาพสมดุลแบบอสมมาตร


#1 :
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 22    

# 2 :
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 23    

ข้าน้อยขอคารวะคุณ Peesuh ครับ

เว็บนี้มีมือใหม่เข้ามาดูเยอะ บทความของคุณ Peesuh มีประโยชน์มากจริงๆ

เดี๋ยวผมจะปักหมุดให้กระทู้แบบนี้ค้างอยู่ข้างบน

ถ้าคุณ Peesuh ยังไม่ได้รับอีเมล์ภายในวันนี้มาแจ้งไว้ที่บอร์ดได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งไปให้ใหม่
 
 
  เคแมน   ส่งอีเมล์
    มาถ่ายรูปกันเถอะ
    วันที่ : 09-03-2549 14:02   Point = 243
 
  ความคิดเห็นที่ : 24    

มันเป็นกฎความสวยของธรรมชาติที่มนุยษ์คนเก่งพบละอธิบายได้ อยากถ่ายภาพเก่งต้องอ่านและจำและเข้าใจ ขอบคุณที่นำเสนอสิ่งดีต่อนักถ่ายรุ่นน้องฯ
 
 
โดย : พี่เป้    วันที่ : 09-03-2549 14:37
 
  ความคิดเห็นที่ : 25    

ได้อ่านทุกคำที่อาจารย์อธิบายมาทั้งหมด
และได้ทราบว่าท่านอาจารย์ไม่ธรรมดาเลย..
ก้อยิ่งซาบซึ้ง....ในความตั้งใจที่จะแบ่งปันความรู้ให้ลูกหลานได้สืบต่อ

รุ่นราวนี้...(ไม่รู้อายุเท่าไร) คำนวณไม่ถูกค่ะ
แต่ความรู้เนี่ย รุ่นปรมาจารย์ทีเดียว ที่จริงเข้ามาอ่าน 2 รอบแล้วค่ะ

มากกว่าคำขอบคุณค่ะ....
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 26    

ขอบพระคุณจากใจ...เลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก (เวอร์ไปป้ะนั่น)
โห...เก่งจังเรยอ่าคับ
 
 
  mee001fat   ส่งอีเมล์
    อย่าบอกให้ใครรู้..ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร http://mee001fat.multiply.com
    วันที่ : 09-03-2549 19:11   Point = 13861
 
  ความคิดเห็นที่ : 27    

ขอบคุณค๊าบบ
 
 
  F10   ส่งอีเมล์
    YOU''LL NEVER WARK ALONE BECAUSE I HAVE F10
    วันที่ : 10-03-2549 8:51   Point = 299
 
  ความคิดเห็นที่ : 28    

ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ

็เคยลงทะเบียนเรียนในวิชาการถ่ายภาพเบื้องต้นมาบ้างเหมือนกันค่ะ
แต่ในหนังสือที่ใช้เรียนก็ไม่เห็นจะมีอธิบายอย่างละเอียดถึงขนาดนี้เลยค่ะ
รวมทั้งแม้แต่อาจารย์ที่ี่สอนเองก็ยังรู้ไม่ลึกซึ้งอย่างคุณ Peesuh เลยค่ะ

ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ สำหรับความรู้นี้
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 29    

พอจะมีเวลาว่าง...จึงเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกรอบนึง

.................


สวัสดี...พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวสมาชิกทุกท่านครับ


จะ..รู้สึกยินดีมากครับ...หากว่า เนื้อหาข้างต้นพอจะเอื้อประโยชน์สำหรับสมาชิกท่านอื่น ๆ..อยู่บ้าง

คุณzuume ครับ : "จั๊กกะเดียม" จังเลย...ผมว่าอย่าให้ถึงกับต้องเรียกว่า "อาจารย์" เลยครับ

(แม้ว่าในความเป็นจริง..ผมก็ได้รับการเรียกขานว่า"อาจารย์" อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..เป็นปกติวิสัยก็ตาม แต่..จริง ๆ แล้วผมรู้สึกคุ้นเคย และชอบที่จะใช้ใคร ๆ และ/หรือ รวมทั้งตัวเองก็พอใจที่จะเรียก คำแทนตัวเองว่า.."ครูสุ" มากกว่าครับ)

...................

ในบอร์ดนี้ (รวมถึงในวงการคนรักกล้อง/รักการถ่ายภาพ) หากว่า..จะให้นับเป็นพี่/เป็นน้อง ผมว่า ดู..จะสนิทสนมกว่ากันไหมครับ?

"องค์ความรู้" ในแต่ละเรื่อง..ย่อมมีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

สมมติฐาน ทฤษฎี รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ย่อม/อาจมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างเพื่อให้มีความเข้ากันได้ และ/หรือสามารถผนวกเข้ากันได้กับความก้าวหน้าแห่งนวตกรรม

*ใครมีประสบการณ์ด้านใด ก็มาแบ่งปัน มาเล่าสู่กันฟัง
หรือกระทั่ง..หากใครมีข้อข้องใจ มีปัญหาใด ๆ ก็มาขอคำปรึกษา ขอคำชี้แนะ จากบรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ ผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ ฯลฯ ก็จะนำไปสู่การช่วยกันส่งเสริม และเกื้อหนุนภูมิรู้แก่กันได้มากขึ้น ๆ ไป

....................

หากคุณ zuume จะลองคาดเดาว่า "รุ่นราวไหนนั้น???"

อะ อะ อะ....บอกไบ้อายุ!!!!

*ที่ผมได้บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า...

"เริ่มได้เร่มศึกษาการถ่ายภาพอย่างจริงจังมาตั้งแต่ ปี 26-27 นั้น...ตอนนั้นผมเรียนอยู่ในระดับมัธยมต้น-ต่อ-ปลาย ครับ
(จริง ๆ แล้วก็เริ่มจับเริ่ม เริ่มเล่นกล้องมาก่อนหน้านั้นซัก 2-3 ปีแล้วครับ...โชคดีที่มีเพื่อนซี้เป็นเจ้าของร้านถ่ายภาพขนาดใหญ่..คุณพ่อ(ของเพื่อน)ท่านเองก็ส่งเสริมให้ผมและเพื่อนได้ศึกษา ได้เรียนรู้ และเล่นกล้อง(ซึ่งก็..แทบจะทุกฟอร์แมตที่มีอยู่ในร้าน)อย่างเต็มที่)

และ..แม้ว่าเมื่อเข้าสู้ระดับอุดมศึกษา จะได้มีโอกาสได้เรียนวิชาการถ่ายภาพมาบ้างก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า "ศาสตร์และศิลป์" ในแขนงนี้ มีความซับซ้อน และละเอียดอ่อน ฯลฯ มากๆๆๆ... เรียนรู้ไม่มีวันห