เที่ยวเมืองสิงห์

 
   HOME | ทดสอบอุปกรณ์ |  บทความ |  การถ่ายภาพ | การแต่งภาพ | เว็บบอร์ด | แกลลอรี่ | สุดยอดแกลลอรี่ | ราคากล้อง | ร้านกล้อง | ติดต่อเรา  
 
 กล้องดิจิตอล กล้องดิจิตอล บอร์ด 3 บอร์ดโชว์รูป
  กระทู้นี้มีผู้อ่านไปแล้ว 246 ครั้ง
 
" เที่ยวเมืองสิงห์ "  

 


จากลพบุรีเราไปเที่ยวกันต่อที่ จ.สิงห์บุรี ครับ
 


คลิ๊กดูรูป
[ ดู Gallery ของ abplus ]

 

  abplus  
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:02   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 1    

ที่แรก เราไป อ.ค่ายบางระจัน กันครับ ไปที่
อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน และอุทยานค่ายบางระจัน



 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:05   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 2    

อยู่ห่างจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3032
ค่ายบางระจัน, สิงห์บุรี


มีพื้นที่ประมาณ 115 ไร่ เป็นสวนรุกขชาติพักผ่อนหย่อนใจ จะเห็นอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันเป็นรูปหล่อประติมากรรมของหัวหน้าชาวค่ายบางระจันทั้ง 11 คน สร้างโดยกรมศิลปากรปรากฏสวยเด่นเป็นสง่าอยู่ในสวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงเปิดอนุสาวรีย์นี้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2519 ค่ายบางระจันมีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ ผืนแผ่นดินแห่งนี้ได้บันทึกเหตุการณ์ความกล้าหาญและเสียสละของวีรชนไทยที่เกิดขึ้น เมื่อเดือน 3 ปีระกา พ.ศ. 2308 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันได้รวมพลังกันต่อสู้กับกองทัพพม่าซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยพม่าต้องยกทัพเข้าตีหมู่บ้านนี้ถึง 8 ครั้ง ใช้เวลา 5 เดือน จึงเอาชนะได้เมื่อวันจันทร์แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ พ.ศ. 2309 นับเป็นอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:06   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 3    

ค่ายบางระจันในปัจจุบันได้สร้างจำลองโดยอาศัยรูปแบบค่ายในสมัยโบราณ และภายในบริเวณยังมี อาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน จัดห้องนิทรรศการโดยแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ ห้องแรก แสดงเรื่องค่ายบางระจัน เครื่องใช้โบราณ แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย หนังใหญ่ ห้องที่สอง จัดแสดงมรดกเมืองสิงห์บุรี ห้องที่สาม แสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองสิงห์บุรีและของดีเมืองสิงห์บุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:07   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 4    

ที่ต่อไปครับ วัดโพธิ์เก้าต้น หรือ วัดไม้แดง
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:08   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 5    

เป็นสถานที่ที่วีรชนชาวบ้านบางระจันได้เคยใช้เป็นที่มั่น ในการต่อต้านพม่าที่ยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2308 ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า “วัดไม้แดง” เพราะภายในบริเวณ มีต้นไม้แดง ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งอยู่หลายต้น และชาวบ้านถือกันว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครกล้าตัดหรือทำลาย ในบริเวณวัดมี “วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ” เป็นวิหารทรงจตุรมุข พระอาจารย์ท่านเป็นผู้นำสำคัญผู้หนึ่งของชาวบ้านบางระจัน และใกล้ ๆ กันมีสระน้ำพระอาจารย์ธรรมโชติ มีปลาอยู่ชุกชุมเพราะชาวบ้านถือว่าเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์จึงไม่จับไปรับประทาน และยังมีศาลรวมวิญญาณวีรชนค่ายบางระจันตั้งอยู่ใกล้ริมรั้ว ส่วนหน้าวัดได้มีการจำลองค่ายบางระจันตามประวัติศาสตร์ไว้ด้วย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์เก้าต้นเป็นโบราณสถาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร เส้นทางหลวงหมายเลข 3032
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:09   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 6    

จากนั้นไปที่ อ.ท่าช้าง ครับ ไปไหว้พระที่วัดพิกุลทองครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:10   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 7    

อยู่ในเขตตำบลวิหารขาว อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหารไปประมาณ 9 กิโลเมตร ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์)
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:13   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 8    

ภายในวัดมี พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติและเครื่องอัฐบริขารของหลวงพ่อแพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นอีกด้านหนึ่งของวัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก 7 นิ้ว สูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว ภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกทองคำธรรมชาติชนิด 24 เค
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:14   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 9    

รอบ ๆ พระวิหารใหญ่มีวิหารคต ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางประจำวันต่าง ๆ และพระสังกัจจายองค์ใหญ่ และบริเวณวัดยังมีสวนธรรมะ และสิ่งก่อสร้างที่สวยงามน่าสนใจ แวดล้อมด้วยบรรยากาศสงบร่มรื่นมากครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:15   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 10    

มาชมด้วย
 
 
  blackcoffee   ส่งอีเมล์
    *ตั้งใจ ต้องทำให้ได้*
    วันที่ : 03-07-2551 10:15   Point = 640
 
  ความคิดเห็นที่ : 11    

และไปต่อที่ อ.บางระจันครับ
ไปกันที่วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)
อยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:17   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 12    

ภายในบริเวณวัดมีพระปรางค์ศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูงประมาณ 15 เมตร ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทยสูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย ภายในกลวง มีคูหาสี่เหลี่ยมจตุรัสบนผนังคูหา และปัจจุบันร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังได้ลบเลือนไปแล้ว ด้านหลังมีวิหารเก่าแก่แบบอยุธยา หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้รูปตัวสิงห์และคันทวยต่าง ๆ มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา นอกจากนั้นยังปรากฏร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3-4 เตา วัดพระปรางค์ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:18   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 13    

ใกล้ๆกันก็มีที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่คือ แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ครับ เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 1914-2310 ลักษณะตัวเตาเป็นแบบระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อด้วยอิฐ ตัวเตาบางส่วนคล้ายเรือประทุนจึงเรียก “เตาประทุน” แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ปล่องไฟ ห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และห้องเชื้อเพลิง ตัวเตาเผาที่นับว่ามีขนาดใหญ่ มีความยาวถึง 14 เมตร กว้าง 5.60 เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางของปล่องควันไฟยาว 2.15 เมตร เคยใช้เป็นที่ผลิตภาชนะดินเผา เช่น ไห อ่าง ครก กระปุก ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น เป็นต้น ตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาต่าง ๆ ที่ขุดได้บริเวณแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย สามารถชมได้ในกุฏิของท่านเจ้าอาวาส แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งแหล่งหนึ่งแล้ว ยังเป็นศูนย์ศึกษาทางวิชาการเซรามิคอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:20   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 14    

เครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตที่นี่ ส่งออกไปขายยังต่างชาติ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่ผลิตท่อประปาดินเผาที่ใช้ในพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศอีกด้วยครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:27   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 15    

และไปต่อที่ อ.เมืองสิงห์บุรี
ไปที่ วัดกระดังงาบุปผาราม ครับ
การเดินทาง
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 311 เส้ยสิงห์บุรี-ชัยนาท (สายเก่า) กิโลเมตรที่ 6 ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร ครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:30   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 16    

วัดนี้มีโบสถ์รูปทรงสมัยใหม่ที่งดงามไม่เหมือนโบสถ์แห่งไหนสร้างอยู่บนฐานศาลาการเปรียญหลังเก่า และวัดนี้ยังมีเจดีย์โบราณทรงระฆังคว่ำคล้ายเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้น ฐานเป็นชั้น มีซุ้มทรงระฆังตั้งแต่ปล้องไฉนขึ้นไป เจดีย์องค์นี้นับว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดที่มีอยู่ในสมัยเดียวกันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติแล้ว นอกจากนี้ ด้านหน้าเจดีย์ยังมีวิหารเก่าแก่หลังคามุมด้วยกระเบื้องดิน บานประตูโบสถ์เป็นไม้แกะสลักลวดลายสวยงามมาก
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:31   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 17    

ไม่ไกลกันเท่าไรครับ ไปต่อที่ วัดประโชติการาม ครับ
การเดินทาง
อยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 5 กิโลเมตร เส้นทางหลวงหมายเลข 311 เส้นสิงห์บุรี–ชัยนาท (สายเก่า) ไปประมาณ 5 กิโลเมตร ครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:33   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 18    

เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ พุทธลักษณะงดงาม ศิลปะแบบสุโขทัยขนาดใหญ่ 2 องค์ คือ หลวงพ่อทรัพย์ สูง 6 วา 7 นิ้ว และหลวงพ่อสิน สูง 3 วา 3 ศอก 5 นิ้ว ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:33   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 19    

ไปเที่ยวโบราณสถานกันบ้างครับ ไปที่ วัดหน้าพระธาตุ ครับ
การเดินทาง
รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 3032 เส้นสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี กิโลเมตรที่ 4 แล้วเข้าซอยเรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี แยกจากปากทางเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร รถประจำทาง มีรถประจำทางผ่านเส้นทางเดียวกับวัดพระนอนจักรสีห์
ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร
เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดหัวเมือง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดหน้าพระธาตุ สันนิษฐานว่าสถานที่บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้ คือ องค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา ทำเป็นรูปครุฑ อสูรถือกระบองประดับอยู่เหนือชั้นเชิงบาตร ภายหลังมีการเสริมแต่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะอยุธยาตอนต้น โดยการก่ออิฐเพิ่มเติมเป็นซุ้มจรนัมทั้งสี่ด้าน ตั้งแต่ฐานศิลาแลงขึ้นไปก่อด้วยอิฐย่อมุมทรงปรางค์ กลีบขนุนปรางค์ก่อด้วยอิฐ ทิศตะวันออกขององค์ปรางค์มีพระวิหารหลวง ทิศตะวันตกเป็นพระอุโบสถ และมีเจดีย์กลมเรียงรายหลายองค์ เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนปลาย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:36   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 20    

แล้วไปเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ ที่ วัดสว่างอารมณ์ กันต่อครับ
การเดินทาง
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 309 เส้นสิงห์บุรี-อ่างทอง (สายเก่า) กิโลเมตรที่ 94 ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปประมาณ 3 กิโลเมตร
ห่างจากศาลากลางจังหวัดหลังเก่าไปทางลำน้ำเจ้าพระยาประมาณ 2 กิโลเมตร ครับ
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:39   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 21    

วัดนี้เป็นศูนย์รวมของศิลปะหลายด้าน ได้แก่ การศึกษา การก่อสร้างโบสถ์ วิหารศาลา และโดยเฉพาะการปั้นพระพุทธรูปเหมือน ที่สืบทอดวิชาปั้นพระพุทธรูปมาจากตระกูลบ้านช่างหล่อธนบุรี ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ เป็นแหล่งเก็บรวบรวมตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์และสามารถเล่นได้กว่า 300 ตัว ซึ่งพระครูสิหมุณี อดีตเจ้าอาวาส ได้รวบรวมตัวหนังใหญ่จากฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเอาไว้ และส่วนหนึ่งได้รับมอบหมายจากครูเปีย หัวหน้าคณะหนังเร่ ผู้ที่มีความสามารถในการเชิด-พาทย์หนังใหญ่ และได้ถ่ายทอดการแสดงหนังใหญ่สืบต่อกันมา ตัวหนังใหญ่ที่ใช้แสดงแบ่งเป็นชุดใหญ่ ๆ ได้ 4 ชุด คือ ชุดศึกใหญ่ (ศึกทศกัณฑ์) ชุดศึกมงกุฎ-บุตรลบ ชุดนาคบาศ และชุดศึกวิรุณจำบัง มีการสาธิตการแสดงหนังใหญ่ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 08.30-17.00 น. สนใจเข้าชมการแสดงกรุณาติดต่อล่วงหน้า
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:40   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 22    

และไปต่อที่ วัดพระปรางค์มุนี ครับ
การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ประมาณกิโลเมตรที่ 134-135 (ทางไปอำเภอพรหมบุรี)
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:41   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 23    

เมื่อไปใกล้ถึงวัด เราจะเห็นองค์พระปรางค์สี่เหลี่ยมสูงเด่น ใกล้กับองค์พระปรางค์เป็น วิหารหลวงพ่อเย็น พระพุทธรูปปูนปั้นศักดิ์สิทธิ์สมัยอยุธยา ด้านข้างวิหารมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นกรุพระเก่าแก่ที่ทางวัดได้ขุดดินบริเวณนั้นมากลบวิหาร ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือชาวบ้านเขียนโดย นายเพ็ง คนลาว เมื่อราวปี พ.ศ. 2462 แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับนรก สวรรค์ แต่ยังคงความงดงามไม่แพ้ที่อื่น
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:42   Point = 16935
 
  ความคิดเห็นที่ : 24    

ไปต่อที่ อ.อินทร์บุรี ไปที่ วัดม่วง ครับ
การเดินทาง
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หากมาจากถนนสายเอเชีย ห่างจากตัวตลาดอินทร์บุรีมีทางเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร
 
  abplus   ส่งอีเมล์
    นิ่งเป็นหลับ...ขยับเป็นกด!!!
    วันที่ : 03-07-2551 10:44   Point = 16935