Photo T.I.Y. 002 : เทคนิคการวัดแสงในงานรับปริญญาสำหรับมือใหม่


เรื่อง/ภาพ โดย Klongdigital.com วันที่ 07 ส.ค. 2555 เวลา 11:29 น. อ่านไป 29,455 ครั้ง

เข้าฤดูรับปริญญากันแล้ว...เพื่อนๆหลายคนคงรับงานกันรวยเลยงานนี้ แต่หลายคนที่เพิ่งเริ่มถ่ายงานสองงานแรกคงอยากได้เทคนิคอะไรเล็กๆน้อยๆไว้ใช้ตอนถ่ายบ้าง วันนี้ก็เลยเอาเรื่องวัดแสงในงานรับปริญญามานำเหนอกันคร๊าบบบบบบบบ

เรื่องวัดแสงนี้เป็นเรื่องที่ยาววววววววและเขียนอธิบายนานนนนนนนนนเรื่องนึงเลย...แต่วันนี้จะเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ง่ายแต่ได้ผลดีทีเดียว จึงไม่ได้อธิบายลงลึกและลงรายละเอียดมากนักนะครับ

ก่อนอื่นผมคงต้องเกริ่นเรื่องวัดแสงกันเล็กน้อย...มีสิ่งที่เราต้องรู้ก่อนจะวัดแสงอยู่ 2 ข้อหลักๆครับ
1. ขนาดของพื้นที่ที่เราจะวัดแสง
2. สีหรือลักษณะของพื้นที่ที่เราจะวัดแสง

ใครที่ลองเล่นระบบวัดแสงในกล้องบ้างแล้วคงจะคุ้นกับเครื่องหมายข้างล่างนี้นะครับ...ไม่คุ้น + ไม่เคยเห็น ลองเปิดคู่มือด่วนๆจ้า
 


                  
เครื่องหมายต่างๆนี่หมายถึงพื้นที่ที่เราจะวัดแสงนั่นเองคร๊าบบบบบบบบ...ลองไปหาอ่านเพิ่มได้นะครับ

ส่วนเรื่องการชดเชยแสง (Exposure Compensation) เป็นเรื่องสีหรือลักษณะของพื้นที่ที่เราจะวัดนั่นเองครับ...หาอ่านเพิ่มเติมได้เช่นกันครับ

เอาหล่ะ...เกริ่นมาพอเป็นกระสัยแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีเวลาหาอ่านเพิ่มเติมก็ไม่ต้องตกใจไปครับ... เพราะเทคนิคต่อไปนี้ลองเอาไปเล่นก่อนแล้วค่อยศึกษาเพิ่มเติมทีหลังก็ได้จ้า เริ่มเลยนะคร๊าบบบบบบบบ

สิ่งแรกที่ผมเริ่มทำก่อนถ่ายก็คือวัดแสงเพื่อใช้เป็นค่าอ้างอิงสำหรับวันนั้นๆครับ...ฟังดูงงพิลึกเลยว่ามั๊ย -*-
ไม่ยากครับทำตามง่ายๆตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลยครับ
 

1. เลือกระบบวัดแสงเป็นแบบ ?เฉพาะจุด? หรือ ?เฉพาะส่วน? ก็ได้ครับ...เพราะผมจะวัดที่แก้มน้องบัณทิตเป็นหลัก...พื้นที่เล็กจิ๊ดเดียวเองจริงป่าว...ผมก็เลยเลือกระบบวัดแสงแบบนี้แหละครับ
ถ้าเลือกพื้นที่แบบอื่นๆเวลาวัดแสงอาจจะไปโดนตาโดนผมโดนคิว...เดี๋ยวจะงงกันใหญ่

2. เลือกโหมดถ่ายภาพเป็น M ครับ (ผมชินกับโหมดนี้เลยขอใช้โหมดนี้ละกันนะครับ...ใครชินกับโหมดอื่นลองไปประยุกต์ดูนะ)

3. คราวนี้เดินเข้าไปใกล้หน้าน้องเลยครับ แต่อย่าใกล้จนโดนน้องตบหรือเตะออกมานะ...และที่สำคัญอย่าเดินไปบังแสงด้วยหล่ะ คราวนี้วัดแสงที่แก้มน้องเลยครับ โดยเอาจุดตรงกลางไปไว้ที่แก้มน้องได้เลย (สำหรับ Canon นะ แต่ Nikon ถ้าเข้าใจไม่ผิดจะเป็นจุดที่เราเลือกโฟกัสครับ...ลองเช็คดูอีกทีนะครับ) แล้วปรับรูรับแสง ความไวชัตเตอร์ หรือ ISO จนค่าชดเชยแสง (ที่เป็น ? 0 + นั่นแหละครับ) ไปที่ +1 (ปกติคนไทยเราทั่วไปมักจะเป็น +1 ครับ...เลยเริ่มจากค่านี้ก่อน)
สมมติว่าผมจะวัดแสงโดนอ้างอิงกับรูปนี้นะ...

 
 
 
ผมก็เดินเข้าไปใกล้ๆจนเห็นแต่แก้มเลยก็ได้ครับ...ตอนนี้ในกรอบเราจะเป็นแบบสี่เหลี่ยมเล็กๆนั่นแหละครับ
ส่วนจุดสีแดงคือพื้นที่ที่กล้องจะเอาไปคำนวณในการวัดแสงนั่นเองครับ
เราก็ปรับรูรับแสง ความไวชัตเตอร์ หรือ ISO จน ค่าชดเชยแสงมาอยู่ที่ +1
 
 

 

4. คราวนี้ลองถ่ายดูได้เลยครับ...แล้วมาดูผลกัน
ลองถ่ายหลายรอบก็ได้นะเพื่อความชัวร์
ถ้าโชคดีภาพออกมาสวยก็จำไว้ได้เลยครับว่า ?แก้มน้อง +1?
แต่ถ้าดูแล้วมืดหรือสว่างไปก็ลองปรับรูรับแสง ความไวชัตเตอร์ หรือ ISO ใหม่ครับ เพิ่มๆลดๆทีละกริ๊กแล้วถ่ายดู...จนได้ภาพที่สว่างพอดี (บางคนผิวเข้มหน่อยก็อาจจะชดเชยแสงไม่ถึง +1 หรือ ใครผิวขาวหน่อยก็ชดเชยเกือบ +2 ก็มีนะ)...จากนั้นเอากล้องไปใกล้หน้าน้องอีกรอบครับ...แล้วอ่านดูซิว่าค่าชดเชยแสงเป็นเท่าไหร่แล้ว...จากนั้นก็จำค่าที่ได้ไว้ครับ

ค่าชดเชยแสงที่แก้มนี่แหละที่จะเป็นพระเอกของเราทั้งวันเลยครับ
 
 
สำหรับเทคนิคที่จะบอกเล่ากันวันนี้มีสองเทคนิคนะครับ

1. เทคนิคสำหรับสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงบ่อย...เช่นอะไรบ้าง???...ก็เช่นไปถ่ายกลางแจ้ง อยู่ๆก็แดดจ้า...อีกแป๊บก็มีเมฆมาบังซะงั้น...หรือ เดี๋ยวถ่ายกลางแจ้ง...เดี๋ยวก็เดินเข้าที่ร่ม...คงพอนึกภาพกันออกนะครับ

2. เทคนิคสำหรับสภาพแสงที่ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่...เช่น วันนี้เมฆครึ้มตลอดเลย...หรือ วันนี้แดดจ้าตลอดเลย...หรือ ไปปักหลักถ่ายในห้องที่แสงมาจากหลอดไฟ ไม่ได้มาจากแสงดวงอาทิตย์ (แบบเดียวกับลักษณะในห้องเลี้ยงงานแต่งงานนั่นแหละครับ) เป็นต้น ครับ
ถ้าแสงเปลี่ยนแปลงบ่อย ผมจะใช้โหมดถ่ายภาพ P, AV หรือ TV ครับ
 


 
สมมติถ้า ?แก้มน้อง +1? เราก็ปรับชดเชยแสงไป +1 ไว้ได้เลยครับ
 


 
ก่อนถ่ายทุกรูปก็เดินเข้าไปใกล้แก้มน้องหรือซูมไปที่แก้มน้องก็ได้ครับ แล้วล็อคค่าแสงได้เลย (ของ Canon จะกด * ครับ...ส่วน Nikon นี่ลองหาอ่านในคู่มือดูน๊าคร๊าบบบบบบ)
 
 

 
ล็อคค่าแสงเสร็จปุ๊บก็จัดองค์ประกอบภาพอะไรให้เรียบร้อย...จะซูมออก เดินออกมา ยังไงก็ได้ครับ
แต่ต้องห้ามเปลี่ยนทิศนะครับ...อันนี้สำคัญมากกกกกกกก ไม่ใช่ว่าวัดแสงข้างหน้า แล้วเปลี่ยนใจเดินไปทางด้านข้างหลังน้องแล้วถ่ายซะงั้น...ถ้าเปลี่ยนทิศแบบนี้ต้องล็อคค่าแสงใหม่นะคร๊าบ
จากนั้นก็ถ่ายได้เลยคร๊าบ...จบเทคนิคแรก
 
ถ้าแสงไม่เปลี่ยนแปลง ผมจะใช้โหมดถ่ายภาพแบบ M ครับ
 


สมมติว่าถ้า ?แก้มน้อง +1? ก่อนถ่ายเราก็เข้าไปใกล้ๆแก้มน้องแบบเดิมแล้วก็ปรับรูรับแสง ความไวชัตเตอร์ หรือISO จนได้ค่าชดเชยแสงเป็น +1 นะครับ
 


 
จากนั้นก็ถ่ายได้เลยครับ...ถ่ายได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องปรับค่าอะไรใหม่เลย จนกว่าเราจะเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนทิศในการถ่าย...ถ้าเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนทิศก็ไม่ยากครับ ก็ทำแบบเดิมอีก...
ถ้าถ่ายทิศเดิมก็ไม่ต้องทำอะไรอีก...ถ่ายไปจนเปลี่ยนมุม

วิธีนี้จะสะดวกที่เราไม่ต้องล็อคค่าแสงนี่แหละครับ...จบแล้วคร๊าบบบบบบบบบ
เทคนิคนี้น่าจะเอาไปประยุกต์ใช้ได้ดีนะครับสำหรับมือใหม่...และคงได้ภาพที่แสงถูกใจขึ้นนะครับ
รอดูรูปนะคร๊าบบบบบบบบบบบ
 

เรื่อง/ภาพ FotieR
COPYRIGHT2009 BY KLONGDIGITAL.COM

ความคิดเห็น

ความเห็น 1
Jay
พี่ครับ
คือผมอยากรับถ่ายรับปริญญา
ผมมี Canon 60D
เลนส์ 18-135
เลนส์ 50 mm / f1.8
รับงานได้มั้ยครับ

ตอบกลับ   วันที่ 11 ต.ค. 2555 เวลา 21:26 น. IP 171.97.8.141
ความเห็น 2
prakrab  
ขอบคุณมากครับ ความรู้เยอะดีครับ
ตอบกลับ   วันที่ 25 พ.ย. 2555 เวลา 07:47 น. IP 192.168.177.121
ความเห็น 3
Topfy camera  
คือผมใช้กล้อง Panasonic Lumix Fz100 ( เลนส์ Dc VARIO-ELNARIT 1:2.8-5.2/4.5-108 ASPH )52mm ซึ่งเป็นเลนส์ที่ติดมากับตัวกล้องครับพี่ช่วยบอกเทคนิคการถ่ายภาพรับปริญญาของกล้องตัวนี้หน่อยครับ
ตอบกลับ   วันที่ 03 ก.พ. 2556 เวลา 13:05 น. IP 171.101.223.228



กล้องดิจิตอล ดอทคอม

ชมรมคนรักการถ่ายภาพ และข้อมูลกล้องดิจิตอล เลนส์ ที่มีขายในประเทศไทย แหล่งรวมรวบช่างภาพ นางแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายและวีดีโอ


Copyright © 2012, Klongdigital.com All rights reserved


ติดต่อเรา

อีเมล : webmaster@klongdigital.com
http://www.klongdigital.com