กล้องดิจิตอล
ค้นหา:
ค้นหาแบบละเอียด

    บทความ กล้องดิจิตอล >> เทคนิคการเลือกซื้อฟิลเตอร์ UV

เทคนิคการเลือกซื้อฟิลเตอร์ UV


ข่าวโดย กล้องดิจิตอล ดอทคอม 2009-06-11 23:46:49

 
ฟิลเตอร์ UV ถือเป็นฟิลเตอร์ที่มีการใช้งานมากที่สุด ซึ่งคนส่วนใหญ่ เข้าใจว่า มีหน้าที่ไว้คอยปกป้องไม่ให้เลนส์เป็นรอย  แต่จริงๆ แล้ว นั่นเป็นเพียงผลพลอยได้  เพราะประโยชน์ที่แท้จริงของฟิลเตอร์ UV นั้น คือ ทำให้ภาพถ่ายมีสีสันใกล้เคียงกับที่ตาเห็นมากที่สุด (จะเห็นได้ชัดจากกล้องฟิล์ม) นอกจากนี้ การเลือกเกรดฟิลเตอร์ UV นั้นยังมีผลโดยตรงต่อภาพ หากเลือกไม่ดีจะบั่นทอนคุณภาพเลนส์ ส่งผลต่อคุณภาพภาพ สีผิดเพี้ยน เกิดแฟลร์  ซึ่งหากจะเปรียบเลนส์เป็นดวงตา ฟิลเตอร์ UV ก็เหมือนกัแว่นตา  ซึ่งเลนส์แว่นตาก็มีหลายเกรด ถ้าดีหน่อยก็ย่อมจะใสปิ้งมองชัดเจน ถ้างบประมาณน้อยหน่อยก็อาจจะมัว เวียนหัวปวดตา  การเลือกฟิลเตอร์ UV ที่ถูกต้องนั้น จึงต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของเลนส์และความเหมาะสม ซึ่งแน่นอน ฟิลเตอร์ UV แพงๆ มักจะทำให้การใช้เลนส์ให้มีคุณภาพสูงสุดที่เลนส์ทำได้ โดยไม่บั่นทอนภาพให้คุณภาพต่ำลง   
 
 
แล้วต้องเลือกอย่างไรถึงจะเหมาะสม  และเนื่องจากฟิลเตอร์ UV มีหลายเกรด ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับฟิวเตอร์ UV กันก่อน
 
 
มารู้จักฟิวเตอร์ UV กันก่อน
 
 
ฟิลเตอร์ UV เป็นฟิลเตอร์ที่มีความสามารถในการลดรังสีอุลตร้าไวโอเลต ซึ่งจะช่วยให้ภาพที่ได้มีสีสันใกล้เคียงตาเห็นมากขึ้น เนื่องจากฟิลเตอร์ UV จะไปลดแสงสีฟ้า ที่เกิดจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตออกไป จะเห็นชัดในภาพที่ถ่ายจากฟิล์ม ดิจิตอลก็จะเห็นได้บ้าง ช่างภาพส่วนใหญ่จึงมักจะนิยมซื้อหามาติดหน้าเลนส์อยู่เสมอ และยังมีผลพลอยได้ในการปกป้องหน้าเลนส์ไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนอีกด้วย
 
 
ฟิลเตอร์ UV ที่มีขายในบ้านเรามีหลากแบบ หลายราคา ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงสามถึงสี่พันบาท ซึ่งคุณภาพชิ้นแก้ว และวัสดุที่ใช้ในการผลิต ย่อมแตกต่างกันไปตามราคา ซึ่งความแตกต่างของวัสดุตรงนี้ โดยเฉพาะชิ้นแก้ว จะส่งผลกระทบกับภาพที่ได้ แบบเห็นค่อนข้างชัดเจน อย่างเช่นการเกิดแฟลร์ในภาพ (จำนวนแฟลร์จะมากน้อยขึ้นกับแฟลร์พื้นฐานของเลนส์ด้วย) สีสันของภาพถูกลดทอนลง
 
 
โดยการวัดคุณภาพของฟิลเตอร์ UV นั้น จะวัดกันที่ความสามารถในการให้แสงผ่านเป็นหลัก ส่วนเรื่องความทนทานของกรอบฟิลเตอร์ หรือเกลียว ถือเป็นปัจจัยรองลงมา
 
 

 
แล้วจะเลือกซื้อฟิลเตอร์ UV อย่างไร
 
ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า ฟิลเตอร์ UV ที่ดีดูอย่างไร  วิธีสังเกตง่ายๆ คือให้ดูจากแสงสะท้อน หากสะท้อนมากคุณภาพยิ่งไม่ดี และเนื่องจากราคาที่ถูก จึงจำเป็นต้องลดต้นทุนของกรอบฟิลเตอร์ลง ทำให้ใช้โลหะคุณภาพต่ำในการผลิต เวลาใช้งานจึงมีปัญหาปีนเกลียว  เกลียวหวาน หรือปิดฝาไม่ได้
 
 
ถ้าจะแยกประเภทให้แห็นชัดเจน ฟิลเตอร์ UV ในเมืองไทย พอจะแยกประเภทได้คร่าวๆ ตามคุณภาพได้ดังนี้
 
 

 
ฟิลเตอร์ UV ประเภทแรก (คุณภาพต่ำสุด แสงสะท้อนมากสุด)
 
ฟิลเตอร์ราคาประหยัด (ส่วนใหญ่เป็นของแถม) ดูได้จากราคาในหลักร้อยบาท อย่างเช่น Hoya UV, Digitex, Marumi กล่องเหลือง, Kenko , Giottos  type Aฯลฯ มักจะใช้ทรายอุตสาหกรรมในการผลิตแก้ว หรือเทียบง่ายๆ กับกระจกใสที่ติดตามบ้านทั่วไป ซึ่งถ้ามองตรงๆ จะพบว่ามีแสงเงาสะท้อนขาวๆ ยิ่งถ้าฟิลเตอร์ UV ยี่ห้อไหนมีแสงสะท้อนกลับมาก อาจทำให้ผู้ใช้งานพาลคิดว่า เลนส์ไม่ดี  กล้องไม่ดี ต้องเสียเงินเปลี่ยนกล้องเปลี่ยนเลนส์กันเลยทีเดียว   
 
 
ฟิลเตอร์ UV ประเภทที่สอง (คุณภาพดีปานกลาง)
 
 
ฟิลเตอร์ UV ระดับกลาง ราคาประหยัด เช่น Hoya UV HMC, Marumi กล่องแดง, Sigma DG UV , Giottos  type S ที่กระจกฟิลเตอร์มีการเคลือบผิวพิเศษ หรือที่เรียกกันว่าโค๊ท (Coated) ซึ่งมีทั้งเคลือบมาก เคลือบน้อย ตามระดับราคาของฟิลเตอร์ ซึ่งโค๊ทจะช่วยเพิ่มความสามารถในการให้แสงผ่านของชิ้นแก้ว บางยี่ห้อก็สีฟ้า เขียว เหลือง แล้วแต่การออกแบบของผู้ผลิต และความสามารถในการให้แสงผ่านก็ต่างกันตามผู้ผลิตด้วย แต่ฟิวเตอร์ UV ชนิดนี้ก็มีข้อเสียการดูแลรักษาค่อนข้างลำบาก  เนื่องจากการเคลือบชิ้นแก้วจะเหมือนมีฟิล์มแผ่นบางๆ ติดอยู่บนผิวของแก้ว ซึ่งถ้าทำความสะอาดไม่ดี หรือมีอะไรไปกระทบ โอกาสที่โค๊ทจะหลุดสูง ซึ่งถ้าหลุดไปแล้ว รูที่แหว่งนั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่ากันของแสง ทำให้โอกาสเกิดแฟลร์เป็นจ้ำๆ สูงกว่าฟิลเตอร์ UV ราคาถูกเสียอีก
 
 
 
ฟิลเตอร์ UV ในระดับนี้อย่างดีจะเป็นพวก Canon Protected, Nikon NC, Sigma UV EX, Hoya UV Pro I, Marumi กล่องทอง, Kenko Pro 1 D โดย 2 ยี่ห้อแรกจะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่า 4 ยี่ห้อหลัง (จริงๆ แล้วฟิลเตอร์ของ Canon กับ Nikon ความใสของเนื้อกระจกดีเท่ากับ B+W กับ Rodenstock ด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าใช้งานมาซัก 5 ปี ความใสกระจกเริ่มเปลี่ยน เลยจัดมาอยู่ตรงนี้แทน และทั้ง 2 ตัวก็ไม่จัดว่าเป็น UV แต่ได้ผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกัน ส่วนถ้าใครใช้ยี่ห้อ Hoya UV Pro I หรือคล้ายๆ แบบนี้แนะนำว่าเวลาเช็ดให้ระวังมากๆ เพราะถ้าโค๊ทหลุดก็คงต้องเสียเงินเปลี่ยนฟิลเตอร์ใหม่กันเลย
 
ฟิลเตอร์ UV ประเภทที่สาม (คุณภาพดี)
 
 
ฟิลเตอร์เยอรมัน แบบไม่โค้ท จัดเป็นฟิลเตอร์ระดับกลางอีกแบบ ฟิลเตอร์ประเภทนี้ใช้วัสดุในการผลิตคุณภาพสูง แต่ไม่มีการเคลือบผิวเลนส์ หรือเคลือบน้อยชั้น เนื่องจากชิ้นแก้ว เป็นชิ้นแก้วที่ผลิตจากทรายสำหรับทำเลนส์โดยเฉพาะ ซึ่งมีค่าความใสสูงกว่ากระจกแบบธรรมดาทั่วไป ความสามารถในการให้แสงผ่านเท่ากันกับฟิลเตอร์ UV ประเภทที่สอง แต่การดูแลรักษาง่ายกว่าเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องโค๊ทมากนัก (อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป) กรอบฟิลเตอร์ UV ชนิดนี้ ทำจากเหล็กกล้าหรือทองเหลืองอย่างดี จะราคาสูงกว่าฟิลเตอร์ UV ประเภทที่สองนิดหน่อย เช่น  B+W (Schneider) UV (ไม่มีโค๊ท แต่เนื้อแก้วใสมาก), กับ Rodenstock UV Coated (โค๊ทออกสีน้ำเงินฟ้า) ฟิลเตอร์ UV ประเภทนี้ความทนทานสูง ใช้งานได้ประมาณ 10 ปีสบายๆ ไม่มีปีนเกลียว แต่ระวังขันแน่นเกินไป ถ้าขันแน่นมากๆ จะเข้าไปเกาะจนขันแทบไม่ออก ตอนใช้ฟิลเตอร์ UV พวกนี้แรกๆ นึกในใจว่าซื้อมาแพงยังจะปีนเกลียวอีก ที่ไหนได้ พอใจเย็นๆ ค่อยๆ  ขันก็ออกมาได้โดยไม่เสียรูปและเกลียวยังสมบูรณ์
 
ฟิลเตอร์ UV ประเภทที่ สี่ ฟิลเตอร์ไฮโซ
 
 
ฟิลเตอร์ UV แบบนี้ดีที่สุด โดยการนำฟิลเตอร์ประเภทที่สาม มาเคลือบโค๊ทเพื่อเพิ่มความสามารถในการให้แสงผ่านได้สูงที่สุด ราคาสูงที่สุด ความสามารถในการให้แสงผ่านเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ฟิลเตอร์ชนิดนี้ ถ้าใส่ไปที่หน้าเลนส์แล้ว มองตรงเข้าไปจะต้องมองไม่เห็นกระจกฟิลเตอร์เลย หรือเห็นน้อยมาก ทำให้รีดความสามารถของเลนส์ได้สูงที่สุด เท่าที่เคยเห็นในตลาดบ้านเรามี B+W UV MRC, Rodenstock UV MRC ครับ (สีของโค๊ทขึ้นกับขนาดหน้ากว้างฟิลเตอร์ หน้า 77 มม. จะเป็นน้ำเงินม่วง แต่ถ้าเป็น 52 มม. จะเป็นสีเหลืองอมเขียว) หากมองตรงๆ จะแทบมองไม่เห็นเนื้อกระจก
 
 
 
 
หลังจากทราบประเภทและเกรดของฟิลเตอร์ UV ไปแล้ว ทีนี้เราก็สามารถเลือกฟิลเตอร์ UV ที่เหมาะสมสำหรับเลนส์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกณฑ์ราคาฟิลเตอร์ UV ที่เหมาะสม จะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1 ใน 10 ของราคาเลนส์ แต่ถ้าตั้งใจจะใช้เป็นการถาวร หรือใช้งานนานๆ งบประมาณไม่จำกัด ก็สามารถซื้อแบบดีที่สุดไปเลยก็ได้ เพราะมันจะมีผลกับภาพที่เราจะถ่ายต่อไปในอนาคต ฟิลเตอร์ญี่ปุ่นกับเยอรมันสังเกตง่ายๆ โดยฟิลเตอร์ญี่ปุ่นเน้นราคาถูก ขายง่าย เปลี่ยนบ่อยๆ ส่วนฟิลเตอร์เยอรมันจะเน้นคุณภาพสูง ขายแพง แต่ใช้นาน ดังนั้นจะเลือกฟิวเตอร์แบบไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม จะซื้อฟิลเตอร์ UV เยอรมัน โค๊ทผิวดีสุดๆใสสุดๆ ไปใส่กับเลนส์คิท ที่ราคาเกือบเท่ากับฟิลเตอร์  อย่างนั้นสู้ไม่ใส่ฟิลเตอร์ พอพังก็ซื้อเลนส์ใหม่ยังดีกว่า หรือซื้อเลนส์เกรดดีๆ ตัวละหลายหมื่น มาใส่ฟิวเตอร์ UV อันละไม่กี่ร้อยบาท ภาพที่ออกมาแทนที่จะดีเท่าราคาเลนส์ที่จ่ายไป กลับถูกทอนคุณภาพด้วยฟิลเตอร์ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เสียของเปล่าๆ ค่ะ*
 
 
สรุป เทคนิคการเลือกซื้อฟิลเตอร์ UV
 
 
1. ราคาฟิลเตอร์ UV ต้องเหมาะสมกับราคาเลนส์ (ประมาณ 1 ใน 10 ของราคาเลนส์ )
2. ฟิลเตอร์เยอรมัน อายุการใช้งานทนทานกว่าฟิลเตอร์ญี่ปุ่น 2 เท่า ( 10 ปี UP)
3. คิดเสมอว่า การใส่ฟิลเตอร์ UV ก็เหมือนการประกอบเลนส์อีกชิ้น ดังนั้นฟิลเตอร์ UV มีผลต่อภาพ แต่ถ้าหากอยากได้ภาพที่รีดคุณภาพของเลนส์มากที่สุด แนะนำให้ถอดฟิลเตอร์
4. หากคิดจะซื้อราคา 100-200 มาใส่ แนะนำว่า ไม่ใส่จะดีกว่า
5. ถ้าคุณมีเงินเหลือเฟือ หรือหากินกับการถ่ายภาพ แนะนำให้ซื้อดีที่สุด รับประกันว่าง่ายต่อการทำงาน และคุ้มค่าเรื่องอายุการใช้งานค่ะ
 

เรื่อง/ภาพ : เจ้าแม่รินโกะ


ร่วมแสดงความคิดเห็นกับบทความนี้
กฏการแสดงความคิดเห็น
- โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก
- ห้ามโพสข้อความโฆษณา หรือข้อความในลักษณะจดหมายลูกโซ่
- ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
- ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า


ความคิดเห็นที่ 40
กล้องผม แปดหมื่นสอง เลนส์อีก สามหมื่นหก ผมไม่เสียดายกับ BW สามพันบาท ส่วนไอ่คนที่ชอบว่าน้องเค้าน่ะ เก็บกดรึเปล่า เคยลองรึยัง หรือ เก่งแค่ประชดประชัน ส่วนคนที่บอกว่าน้องเค้าโปรอุปกรณ์ เคยเห็นฝีมือเค้ารึยัง ไปแทงใจดำใครรึเปล่าว่า ฟิลเตอร์ผมแพงกว่าเลนส์บางคน พอดีไม่ได้อวดรวยนะ แค่รักการถ่ายภาพและเห็นความสำคัญของแหล่งถ่ายทอดออกมา รายได้ก็ไม่ได้เยอะกว่าใครนัก ก็แค่ชอบ แค่รัก......
โดย เก่งและของเจ๋ง - 21/07/2553 [124.121.19.xxx]

ความคิดเห็นที่ 39
ฟิลเตอร์ UV นั้นจะทำการตัดแสงเหนือม่วง ultraviolet ออกไปถ้าเป็นกล้องฟิล์ม จะมีผลทำให้ภาพมี contrast มากขึ้นครับ แต่สำหรับดิจิตอลจะไม่มีผลอะไร เพราะจะมีตัวกรอง UV อยู่แล้ว ผลจากการใช้ฟิลเตอร์ UV จะไม่มีการเสียแสงครับ หมายความว่า ถ้าเราถอด หรือใส่ฟิลเตอร์นี้ก็จะให้ค่าแสงเท่ากัน การใส่ฟิลเตอร์ UV ทุกวันนี้ก็เป็นแต่การป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดกับเลนส์ชิ้นหน้าเท่านั้นเอง ไม่ได้ช่วยให้ท้องฟ้าเข้มขึ้น หรือลดแสงที่แฟร์เข้ามาในภาพ
โดย cl - 10/07/2553 [58.9.75.xxx]

ความคิดเห็นที่ 38
ขอบคุณมากครับ ที่ชี้แนะ เป็นประโยชน์แม้แต่คนเล่นกล้องมาหลายปี จะได้เลือกให้เหมาะกับเลนซ์
โดย น้องใหม่ - 09/06/2553 [115.87.144.xxx]

ความคิดเห็นที่ 37
ผมว่าผู้เขียนเค้าสรุปมาทั้ง 5 ข้อนี้ถูกต้องแล้วละครับ เพียงแต่ว่าผู้เขียนอาจจะมองในมุมของ คุณภาพ filter ที่มีผลต่อภาพถ่ายมากกว่า เลยให้ความสำคัญว่า บางทีเราใส่ filter เพื่อป้องกันหน้าเลนเป็นรอย หากมองแค่ด้านคุณภาพแล้ว จะซื้อราคา 100-200 มาใส่ แนะนำว่า ไม่ใส่จะดีกว่านะถูกแล้ว เพราะมันมีผลต่อภาพจริงๆๆ ลองคิดดู หากคุณยอมลงทุนซื้อเลน 70-200 Nano มาแต่ไปใส่ Filter ราคาไม่กี่ร้อย สู้ดีคุณใช้พวก 70-210 ในราคาที่ถูกกว่าไม่ดีกว่าหรือ
โดย Nineyut - 23/05/2553 [118.173.90.xxx]

ความคิดเห็นที่ 36
คห.35 ชื่อก็บอกอยู่ว่า UV Filter เขาใช้กลองแสง ไม่ไช่ใช้กันเลนส์เป็นรอย เข้าใจบ่
โดย อาตี๋ - 20/05/2553 [61.19.88.xxx]

ความคิดเห็นที่ 35
โปรอุปกรณ์ หรือ โปรฝีมือกันแน่??? มันต้องอยู่ที่Coated ไม่Coated งั้นหรือ เลือกแบบที่เราชอบถ่ายออกมาแล้วถูกใจ ไม่ดีกว่ารึ บางที่ Filter อันละไม่กี่ร้อย มันอาจจะตรงการใช้งานของพวกคุณมากกว่าอีก เผื่อตกแตกมาก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายกับมัน อย่าดูของที่ราคา ใช่ว่าของดีมันจะแพงเสมอไป ถ้าคุณรักการถ่ายรูปจริงจะมาลงทุนในส่วนนี้ทีหลังก็ยังไม่สาย แต่ Filter ไม่ได้เชิดชูรูปภาพที่ถ่ายมาให้สวยขึ้นได้เลยถ้าคุณยังมองโจทย์ของภาพไม่ออก สื่อให้ผู้ดูหรือผู้ชมให้เข้าใจชัดเจนรึเปล่าว่าผู้ถ่ายต้องการสื่ออะไร ถ้า Filter มันดีมากแพงจริงๆ เก็บเงินส่วนนั้นแล้วไปซื้อกล้องใหม่ดีกว่าเหอะ ถ้าฝีมือไม่ดี ไม่รู้จักกล้องดีพอ Filter ตัวนั้นอาจจะฟ้องคุณภาพของตากล้องและคุณภาพกล้องออกมาเองก็ได้ ดังนั้นที่คุณจะมาสรุปใน 5 หัวข้อ มันยังไม่ชัดเจนพอ เหมือนจะต้องการสื่อว่า มันต้องแพงนะ ถ้าถูกๆไม่ต้องซื้อมันใส่เลยจะดีกว่า ..... จริงๆแล้ว Filter UV มันควรจะเป็น Filter แรกๆที่ตอนซื้อกล้องแล้วควรจะมีต่างหาก ดังนั้นราคาไม่จำเป็นต้องแพงมหาโหดอะไรมากมายหรอก มันเป็น Filter ที่ส่งผลต่อรูปภาพน้อยที่สุด ถ้าไม่นับ Filter แบบ Protected ด้วยอ่ะนะ ถ้าเทียบกับ Filter ชนิดอื่นๆ เช่น ND , C-PL ยังคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่า ถ้าฝีมือคุณแน่นพอแล้ว Filter แพงแค่ไหนถ่ายออกมาก็เหมือนกันหมด ต่อให้คุณใส่ Rodenstock , B+W เทียบกับใส่ Marumi ,Hoya มาก็ดูไม่ออกหรอก ถ้าจะถ่ายรูป Filter ควรจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณคิดถึงมัน ดังนั้นอย่าไปคิดถึงมันให้มาก หาถูกๆราคาพอประมาณใส่ก็พอแล้วไว้กันหน้าเลนส์ก็พอ สามร้อยสี่ร้อยก็ถือว่าแพงมากแล้วสำหรับ Filter UV แล้วสีของ Coat มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของหน้าเลนส์ มันเป็นสีเฉพาะตัวของมันอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับCoatตัวนั้นมันเคลือบมาเพื่อจุดประสงค์อะไร กันแสงสะท้อน หรือ กันรอยขีดข่วน สีของCoat ไม่ได้ทำออกมาแค่ทำให้เท่ หรือไม่ได้ทำให้ภาพมีสีไปตามCoat ที่เคลือบ ที่มาแย้งเพราะ ไม่อยากให้คิดว่าต้องใช้แต่ของแพงเท่านั้น ถ้ากับ Fillter UV ยิ่งต้องคิดหนัก ก็รู้กันอยู่ว่าใส่ไว้กันกระแทกกับ กัน UV คุณสมบัติมันอยู่มีแค่นี้จริงๆ คุณจะต้องมาเสียเงินเยอะเพื่อคุณสมบัติทางออปติกแค่ลด UV แค่นี้หรอกนะ
โดย bb1 - 24/04/2553 [222.123.60.xxx]

ความคิดเห็นที่ 34
รู้อย่างงี้น่าจาชื้อแบบ uv มา ดันไปชื้อแบบ ดันไปชื้อแบบ protect มาอีก
โดย GOTza - 10/04/2553 [114.128.85.xxx]

ความคิดเห็นที่ 33
ผมซื่อs200มาดีลึป่าวครับช่วยบอกหน่อย
โดย หกด - 08/04/2553 [124.120.42.xxx]

ความคิดเห็นที่ 32
ยังไง .....จะถูกจะแพง ....ก็เหมือน เราใส่แว่น พอมีแว่น ฝุ่นผง ก็เข้าตาได้ยาก ...พอไม่มีก็โดนไปเต็มๆครับ เห็นด้วย ครับ....ใส่เอาไว้กันฝุ่นกันรอยขีดข่วน ดีกว่า
โดย 1000ก - 15/03/2553 [180.180.101.xxx]

ความคิดเห็นที่ 31
เพิ่งซื้อมา 200.- กะว่าแค่กันเลนส์ไว้เฉยๆ ต้องซื้อใหม่ดิ เดี๋ยวสีเพี้ยน.. ค่าเลนส์เรา 23,000.-
โดย อวดหน่อย - 17/02/2553 [119.46.9.xxx]

ความคิดเห็นที่ 30
ตอนนี้ใช้ hoya กล่องดำอยู่ครับ(900 บาท@FF) คุณภาพผมว่าโอเคนะ มองเกือบไม่เห็นกระจกเลย แสงสะท้อนเมื่อวางหงายก็น้อยนะ เป็นสีเขียวๆดำๆ ต่างกะ uv haze(ของแถม) ที่ส่องปั๊บเห็นยังกะกระจก...หุหุ เอ่อ ลืมบอกไป ผมใช้กะเลนส์คิท 18-55 หนอนนะ เรื่องของราคา 1/10 ผมว่าถ้าเป็นเลนส์ราคาแพงก็ใช่ครับ (หมื่นอัพ) แต่ถ้าเลนส์ถูกนี่เป็นผมๆว่าดูว่าเราให้กับมันได้แค่ไหนดีกว่าครับ ผมเองอยู่กะคิทผมว่าระยะอยู่ในระดับที่พอใจ(18-55 กับ 450d ตัวคูณ) เรื่องของคุณภาพผมว่าถ้าเราถ่ายมาแล้วมีความสุขก็โอเค อย่าเอาคำพูดของคนอื่นมาทำให้เราไขว้เขวครับ ผมว่าต่างคนมุมมองไม่เหมือนกัน ผมรักคิท ผมก็ให้เยอะหน่อย คุ้มค่าที่ความรู้สึกครับ
โดย หนอนขวบเดียว - 09/02/2553 [115.67.55.xxx]

ความคิดเห็นที่ 29
ถอดฟิวเตอร์ไมออกทำไงดี ลองมาทุกวิถีทางแล้วจ้าๆๆๆๆ
โดย pink - 30/01/2553 [203.144.180.xxx]

ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุณคาบบบบบ
โดย วุด - 28/12/2552 [203.114.123.xxx]

ความคิดเห็นที่ 27
น่าจะบอกราคาด้วยนะครับ จะได้ประกอบการพิจารณาซื้อ
โดย ขอแจมหน่อย - 23/12/2552 [202.28.27.xxx]

ความคิดเห็นที่ 26
เป็นความรู้ที่ควรจะรู้ถ้าจะตัดสินใจซื้อขอบคุณครับ
โดย rat - 14/12/2552 [222.123.170.xxx]

ความคิดเห็นที่ 25
คือ ต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีความรู้ แต่อยากทราบไว้ประดับรอยหยักสมอง ว่า เลนส์ที่มีมากับชุดคิท ของกล้อง ต้องมีฝาปิด(lens cover) เรียกอย่างนี้ป่าวอ่ะ แถมมาด้วยป่าว ที่กันฝุ่น เวลาใช้แล้วค่อยถอดออก ประมาณนี้ บอกกล่าวกันด้วยนะ ไม่ทราบจริงๆ แต่อย่าด่า อย่าดุ นะ ขอบคุณครับ
โดย ไม่ทราบจ้า - 21/10/2552 [112.142.114.xxx]

ความคิดเห็นที่ 24
คห.๑๔ กับ ๑๖ อะบ้าป่าว สมองตื้นจริงๆ
โดย gameza - 10/10/2552 [117.47.18.xxx]

ความคิดเห็นที่ 23
ขอบคุณข้อมูลมากๆครับ..... ตอนแรกก็ไม่รู้ ซื้อฟิตเตอร์UVมา1อัน 200บาท พอถ่ายย้อนแสงหน่อย แสงสะท้อนขึ้นมาเป็นเม็ดๆที่ภาพเลยฮะ แต่พอถอดฟิตเตอร์ออกแสงสะท้อนก็หายไปครับ
โดย ภู - 04/10/2552 [125.24.218.xxx]

ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณที่เพิ่มความรู้
โดย thank you - 09/09/2552 [115.87.90.xxx]

ความคิดเห็นที่ 21
ฟิลเตอร์ราคา 100-200 เนี่ยผมว่าใส่ก็ดีกว่าไม่ใส่นะครับอย่างน้อยๆ มันก็กันรอยที่อาจจะเกิดกับเลนส์ได้
โดย บังเอิญผ่านมา - 05/09/2552 [110.49.96.xxx]

ความคิดเห็นที่ 20
เพิ่งรู้ครับ แล้วไม่ทราบมีใครพอจะบอกราคาเอาที่ดีพอควร แต่ไม่ต้องhi-so มากไหมครับ
โดย mitt น้องใหม่ - 30/08/2552 [113.53.13.xxx]

ความคิดเห็นที่ 19
ขอบคุณครับ แต่คนบางคน ขอแค่แย้งอย่างเดียว อ่านภาษาไทยให้มันเข้าใจหน่อยก็ไม่ต้องมาคอยนั่งเถียงกัน ฟิลเตอร์เค้าคงไม่มีใครใส่กันเลนส์ตกพื้นหรอกพ่อคุณ
โดย tuttoo - 30/08/2552 [58.9.9.xxx]

ความคิดเห็นที่ 18
ได้ความรู้มากเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ
โดย kim - 12/08/2552 [124.157.242.xxx]

ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณมากมายมหาศาลเลยครับบบ...
โดย Kufabby - 03/07/2552 [58.8.152.xxx]

ความคิดเห็นที่ 16
พูดง่ายๆคือ ไม่ใส่ดีกว่า ยืดอกพกถุง ถ่ายสภาพแสงทั่วไป แทบจะแยกเทพไม่ออกเลยว่า นี่ B+w หรือโฮย่ากล่องเขียว2ร้อยกว่า แต่ถ้าย้อนแสงก็จะเห็นผล ฉะนั้นใช้ให้เหมาะกับการใช้งานครับ แต่ถ้าเลนสซวยเกิดตกมา ถึงให้ filter เทพก็ไปเหมือนกันครับ ถ้ารวยก็ไม่ว่ากัน B+w โลด
โดย ball - 01/07/2552 [125.25.11.xxx]

ความคิดเห็นที่ 15
แร้วดีจิงป่ะ
โดย 2 - 23/06/2552 [58.10.36.xxx]

ความคิดเห็นที่ 14
เก่งแต่ทฤษฎีจริงๆ ไปลอกใครมาเนี่ย
โดย 555+ - 10/05/2552 [125.24.182.xxx]

ความคิดเห็นที่ 13
อีกหน่อยเราจะโตเป็น dslr พะ ยะ ค่า ขอบคุณมากครับ ^^PA-THONG^^
โดย PA-THONG^^ - 05/05/2552 [125.26.22.xxx]

ความคิดเห็นที่ 12
กำลังจะหาซื้อพอดีเลยแต่ยังช่างใจอยู่ว่าจะซื้อ ฟิลเตอร์ ยูวีตัวไหนดี ตอนนี้ใช่นิคอนดี 80 ค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ฟิลเตอร์เห็นมีรอยติดที่เลนส์อะค่ะมีพี่แนะนำ ฟิลเตอร์ยูวี แต่ไม่แน่ใจว่าควรซื้อตัวไหน รบกวนแนะนำหน่อยค่ะก่อนตัดสินใจซื้อ กลัวพลาด
โดย TaRTaR - 19/03/2552 [118.172.49.xxx]

ความคิดเห็นที่ 11
ดีจังคับ ได้ความรู้เพิ่มเติม กำลังมองหาฟิลเตอร์อยู่เลย ตอนนี้เพิ่งกลับเข้ามาสู่การถ่ายภาพ(อีกครั้ง) ขอบคุณมั่กๆงับคุณโบว์
โดย asianschweiz - 16/03/2552 [81.62.63.xxx]

ความคิดเห็นที่ 10
ขออนุญาตนำความรู้ดีดี แบบนี้ไปบอกต่อน้องๆในบริษัทฯนะครับหนูโบว์ บริษัทฯตั้งชมรมถ่ายภาพ รับเฉพาะพนักงานภายใน...ยังขาดข้อมูลเพื่อเผยแพร่อีกเยอะ
โดย วิน วิน - 10/03/2552 [61.7.232.xxx]

ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณมากนะคะ
โดย ขวัญ - 04/03/2552 [124.157.239.xxx]

ความคิดเห็นที่ 8
วู้...เพิ่งรู้นะเนี่ย....ซื้อมาแล้ว...หุหุ
โดย ป - 26/02/2552 [117.47.7.xxx]

ความคิดเห็นที่ 7
ตอนนี้ผมใช้ DSLR-like pana Fz28 เลนส์ leica ไปซื้อUV ฟิลเตอร์มาใส่ของ digitex 190 บาท (เพิ่งมารู้ว่า UV filter ก็เเบ่งเกรดด้วย) มาอ่านเเล้วก็... ไหนไหนก็ซื้อมาเเล้ว ใส่ๆไว้กันฝุ่น กันรอยละกัน เวลาอยากได้รูปถ่ายคุณภาพค่อยถอดออก.. น่าจะมาอ่านก่อน
โดย ฟหกด - 19/02/2552 [202.12.97.xxx]

ความคิดเห็นที่ 6
ดีมากๆเลยครับ.........ได้ความรู้จริงๆ
โดย Fide - 18/02/2552 [125.25.215.xxx]

ความคิดเห็นที่ 5
--แวะมาศึกษาค่ะคุณโบว์--
โดย cutiescat - 01/02/2552 [125.27.46.xxx]

ความคิดเห็นที่ 4
โอ้โห ความรู้ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย ขอบคุณเจ๊โบมากๆเลยครับ
โดย จาง หวาง หรง - 30/01/2552 [114.128.168.xxx]

ความคิดเห็นที่ 3
ขอบ คุน ๆๆๆ มั๊กกๆๆ คับ
โดย นัท - 19/01/2552 [124.121.3.xxx]

ความคิดเห็นที่ 2
เป็นความรู้ที่ต้องนำมาใช้เลยครับโบ
โดย บักตู่ - 15/01/2552 [124.120.158.xxx]

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณครับเจ้าแม่ ที่เอาความรู้มาฝาก
โดย พี่มอสเด้อ - 15/01/2552 [124.121.22.xxx]




ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น
ชื่อ
กรอกรหัสที่เห็น
 
ขอรหัสใหม่