SONY Cyber-shot DSC-WX100 สวนสามพราน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย


เรื่อง/ภาพ โดย Klongdigital.com วันที่ 07 ส.ค. 2555 เวลา 11:10 น. อ่านไป 24,025 ครั้ง

หลังจากหยุดยาวในโอกาสวัดหยุดติดต่อกันในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็เข้าสู่พฤษภา ปลายหน้าร้อน ที่ร้อนระอุสมใจ ได้เวลาเปิดเทอมใหญ่ เลยมีทริปใกล้กรุงมาแนะนำ สำหรับใครที่จะไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือจะนอนพักค้างซักคืน ก็ไม่ผิดกติกา โดยการพาเที่ยวในครั้งนี้ ขอเน้นไปที่ความเป็นไทย เพื่ออนุรักษ์วัฒธรรมประเพณี เดินทางไปเที่ยวกันที่ สวนสามพราน และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม
 
 


จุดเด่น
 

กล้องที่เรานำไปเก็บภาพในทริปนี้ คือกล้อง SONY Cyber-shot DSC WX100 กล้องในตระกูล W ที่ยังคงเอกลักษณ์เน้นความสวย บาง แต่ยังคงลูกเล่นหลากหลาย โดยกล้องรุ่นนี้นอกจากจุดเด่นจะอยู่ที่ เป็นกล้องที่บาง 17.5 ซม. ใช้เลนส์คุณภาพสูง G Lens และเป็นกล้องตัวแรกในตระกูลนี้ที่ซูมได้ไกล (ออฟติคอล) ถึง 10 เท่า (25-250 มม.) พร้อมใส่เทคโนโลยี Clear image zoom 20 x ช่วยให้คุณภาพรูปเมื่อซูมแบบดิจิตอลดีมากขึ้น โดยกล้อง SONY Cyber-shot DSC WX100 สามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 18.2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ แบบ ExmorR ที่ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี รวมถึงการพัฒนาโหมดอำนวยความสะดวกที่โดดเด่นจากกล้องรุ่นก่อน มาให้ครบ จากจุดเด่นในรุ่นก่อนๆ ทั้งโหมดหน้าใส หน้าชัดหลังเบลอ พาโนราม่า 3 มิติ ถ่ายกลางคืนถือด้วยมือ หรือแม้แต่ลูกเล่น Picture Effect ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่าหากดูตามสเป็คแล้ว เรียกได้ว่ากล้องตัวนี้เป็นเล็กพริกขี้หนูเลยทีเดียว
 

การออกแบบ และการควบคุมกล้อง
 

ก่อนจะออกเดินทางสู่สวนสามพราน เรามาดูกันว่าอุปกรณ์ภายในกล่องมีอะไรกันบ้าง
 

เปิดกล่องพบกับคู่มือใบรับประกัน ก่อนจะเปิดมาอีกชั้นพบกับกล้อง SONY Cyber-shot DSC WX100 ถูกบรรจุใส่ถุงมาอย่างดี เมื่อเปิดออกจะพบกับกล้องสีขาว (ตัวทดสอบสีขาว ขายจริงมี 5 สี ดำ ขาว เงิน น้ำตาล ชมพู) ขนาด และรูปลักษณ์ การจัดวางปุ่มกด ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อน ยังคงความเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวก สิ่งที่ทำให้แตกต่างที่เห็นได้ชัด คือสีที่เหมือนใส่กรอบอีกชั้น รอบตัวเลนส์เป็นโครเมียมมันวาว ทำให้ SONY Cyber-shot DSC WX100 ดูแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า
 


สำหรับอุปกรณ์อื่นที่ให้มาในกล่อง นอกจากแบตเตอรี่ NP-BN1 ความจุ 600 mAh แล้ว ยังมีอุปกรณ์การชาร์จไฟ สำหรับต่อไฟชาร์จตรงจากกล้องผ่านสาย USB ที่สามารถเลือกชาร์จผ่านคอมพิวเตอร์ หรือปลั๊กไฟที่ให้มา ซึ่งสะดวกในการพกพา แต่อาจจะไม่ปลอดภัยกับการชาร์จแยกจากแท่นชาร์จแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
 

ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงสวนสามพราน ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงจุดหมาย พนักงานต้อนรับเข้ามาสอบถามอย่างยิ้มแย้ม ที่ทางเข้าประตู ว่าพวกเราตั้งใจมาชมอะไร เพราะหากมาในโซนนี้ จะเป็นแนวอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย แต่หากต้องการดูโชว์อลังการอย่างโชว์ช้างยุทธหัตถี หรือชมโชว์จระเข้อันเร้าใจ ต้องกลับรถไปอีกฝั่งหนึ่ง
 

โปรแกรมที่พนักงานตอนรับแนะนำน่าตื่นเต้น จนเราเกือบกลับรถออกไปอีกฝั่ง แต่มาคิดได้อีกทีว่า ด้วยความร้อนระอุ 40 องศาอย่างวันนี้ การได้เดินเล่นชมสวน และหาความรู้เข้าสมองแบบสงบจิตใจท่ามกลางความเย็นที่แผ่มาจากต้นไม้น่าจะเหมาะกว่า ตัดสินใจซื้อบัตรผ่านประตู คนละ 50 บาท แล้วขับรถเข้าไป
 



บรรยากาศอันร่มรื่นของสวนสามพราน

 

แวะเติมพลังกินข้าวที่ตลาดสุขใจ ที่นี่มีผักสดๆ ราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อ พร้อมทั้งซุ้มอาหารคุณภาพดี ราคาไม่แพง เสียดายที่คนออกจะเงียบเหงา ทั้งที่ของที่นี่คุ้มค่าคุ้มราคาเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น หลังจากเติมพลังจนอิ่มท้อง ได้เวลาซื้อตั๋ว เข้าชมในส่วนจัดแสดงที่หมู่บ้านไทย

การจัดแสดงของที่นี่ แบ่งเป็นช่วงเช้า และช่วงบ่ายไม่เหมือนกัน ช่วงเช้าจะเป็นการแสดงกิจกรรมวิถีไทย เสียค่าเข้าชม คนละ 200 บาท ภายในมีการให้ความรู้เน้นการปฏิบัติจริงของวิถีชีวิตคนไทย ซึ่งอาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจสำหรับคนไทย 98 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าชมกิจกรรมวิถีไทยจึงเป็นชาวต่างชาติ ส่วนอีก 2 เปอร์เซ็นต์ก็คือกลุ่มของเรานั่นเอง
 

โหมดเด่น

เปิดกล้องทดสอบ High Speed Auto Focus ในสภาพแสงเพียงพอเช่นนี้ การจับภาพที่มีการเคลื่อนไหวค่อนข้างรวดเร็ว แม่นยำ (ตามสเป็ค 0.13 วินาที) แต่หากทำการซูม หรือในที่แสงน้อย ความเร็วในการจับโฟกัสจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
 

เสียงดนตรีไทย พร้อมภาพหนุ่มสาวกำลังร่ายรำ ให้จังหวะโดยเสียงไม้ไผ่กระทบกัน อย่างสนุกสนาน เมื่อการแสดงจบ เสียงหวานๆ ก็เชื้อเชิญให้เราเข้ามาร่วมสนุกด้วย ถือเป็นการเปิดตัวการแสดงวิถีไทยที่สนุกกว่าที่คิดไว้
 


ตากสมุนไพรให้แห้งก่อนนำมาใช้งาน
 

กลิ่นสมุนไพร โชยเข้าจมูกชื่นใจ ได้เวลาเดินสู่ซุ้มต่อไป ที่มีการสอนทำลูกประคบแบบไทยโบราณแก้ปวดเมื่อย และยังมีหมอแผนไทยคอยให้ความรู้เรื่องพร้อมคำนวณ เรื่องธาตุต่างๆ ตามราศีเกิด แนะนำการใช้สมุนไพรให้เหมาะสม พร้อมทั้งสาธิตวิธีทำพิมเสนน้ำภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ถ่ายทอดต่อกันจนแพร่หลาย แต่สำหรับใครที่อยากทำพิมเสนน้ำจากมือของตัวเองก็สามารถทำได้โดยคิดราคาขวดละ 50 บาท


อุปกรณ์การเรียนทำลูกประคบแก้ปวดเมื่อย
 

เราตัดสินใจจ่ายเงิน เพื่อเรียนวิธีทำพิมเสนน้ำจากวัสดุธรรมชาติแท้ๆ วิธีการก็ง่ายๆ แค่ตักการบูร พิมเสน เกล็ดสะระแหน่ คนรวมกันแล้วใส่กลิ่นที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็ได้พิมเสนน้ำสูตรโบราณแท้ๆ ไว้ใช้ยามวิงเวียน แก้ปวดเมื่อย หรือแม้แต่ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อยที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ
 


พิมเสนน้ำจากมือเรา ถ่ายโดยโหมด iAuto มาโครได้ใกล้สุดประมาณ 5 ซม.
 

9 Picture Effect
 

เก็บพิมเสนน้ำจากฝีมือตัวเองใส่กระเป๋า แล้วเดินเท้าไปยังจุดต่อไป พบกับห้องจำลองห้องเรียนทำให้นึกถึงสมัยประถม มีกระดานดำ พร้อมเก้าอี้ไม้ ถือโอกาสทดสอบ 9 Picture Effect เพื่อเปรียบเทียบความต่างของแต่ละ Effect ให้เห็นชัดเจน
 


เปรียบเทียบความแตกต่างของ 9 Picture Effect
 

ก่อนจะผ่านไปยังจุดต่อไป สะดุดตากับกล้องเก่าที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ยังสนุกกับการถ่ายภาพผ่าน Picture Effect โดยโหมดนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบไปปรับแต่งภายในคอมพิวเตอร์ทีหลัง เพียงเลือกโปรแกรมที่กล้องใส่มาให้ก็ประมวลผลเป็นภาพที่แปลกตา สร้างอารมณ์ภาพที่หลากหลายได้ตามต้องการ
 


ให้ความรู้สึกเหมือนภาพการ์ตูนเมื่อเลือก Picture Effect แบบ IIIustration


Picture Effect แบบ Toy camera ถ่ายกล้องเก่าให้อารมณ์ภาพเก่าขึ้นไปอีก


หลักฐานว่าถ่ายจากกล้อง SONY Cyber-shot DSC WX100
 

สนุกกับ Picture Effect จนพอแล้ว จึงไปร่วมกิจกรรม ทอผ้า สาวไหม วาดร่ม จักสาน ทำเครื่องปั้นดินเผา ทำขนมกล้วยภายในครัวไทยโบราณ ที่ฝึกทำขนมกล้วยจากกล้วยน้ำว้า ก่อนจะนำมาปิ้งด้วยเตาถ่าน สำหรับใครที่อยากซื้อกลับบ้าน ก็ขายเพียงชิ้นละ 5 บาทเท่านั้น
 


กิจกรรมทอผ้า สาวไหม


ทดลองปั้นดิน


ขนมกล้วยร้อนๆ แห้ง หอม น่ากิน
 

อิ่มท้องจาก ขนมกล้วยแล้ว เราก็ไปนั่งพับเพียบฝึกร้อยมาลัย และแกะสลักกันต่อ แต่สำหรับใครที่ชอบกิจการรมแนวบู้สามารถเลือกฝึกศิลปะการต่อสู้แบบไทยโบราณ หรือสีข้าวด้วยเครื่องมือดั้งเดิม ให้ได้เหงื่อก็สามารถเลือกได้ตามอัธยาศัย
 


วิธีการสีข้าวแบบดั้งเดิม
 

ร้อยพวงมาลัยดอกกล้วยไม้ไป เสียงอังกะลุงแว่วดัง พร้อมเสียงเพลง จิงเกอร์เบลล์ ที่เจ้าของภาษากำลังขับร้องอย่างสนุกสนาน ดึงดูดให้เดินเข้าไปดูดนตรีนาฏศิลป์ไทย ที่ผู้บรรเลงไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพากันรายล้อม ร้องเพลงปรบมือตามจังหวะอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่นที่ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีแอร์เย็นฉ่ำ แต่บรรยากาศอันแสนสุขท่ามกลางแมกไม้ ทำลืมความร้อนระอุของแสงแดดยามเที่ยงวัน ช่วยให้บรรยากาศในการรับชมวิถีไทยในวันนี้อบอวลด้วยความสุขกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
 

กล้วยไม้ วัตถุดิบหลักในการร้อยมาลัย
 

หมดรอบโชว์ของช่วงเช้า ได้เวลาพักทานอาหาร เราตัดสินใจซื้อแพ็คเกจ อาหารเที่ยงนานาชาติ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงโชว์ช้าง และการแสดงโชว์ภายในโรงละครในรอบบ่าย ซึ่งขายในราคาคนไทย 390 บาท แต่หากซื้อเฉพาะบัตรเข้าชม ราคาจะอยู่ที่ 200 บาท และไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว จึงต้องลองให้ครบ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะว่ารู้ไม่จริง
 


บรรยากาศภายในห้องอาหาร
 

บรรยากาศภายในห้องอาหารริมน้ำวิวสวย มีอาหารให้เลือกหลากหลาย แขกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ รสชาติจึงออกจะกลางๆ อาจจะไม่ถูกปากคนไทยอย่างเราเท่าไร แต่หากเทียบคุณภาพอาหารต้องบอกว่าคุ้มราคาที่จ่ายไป
 


การแสดงวิถีชีวติของคนไทย ที่ใช้ช้างช่วยงาน
 

Zoom 10 เท่า
 

บ่ายโมงครึ่งได้เวลาดูโชว์กันต่อ การแสดงแรกคือการโชว์ช้างเพื่อใช้งานของคนไทย ให้ความรู้ โชว์การอาบน้ำ และสาธิตวิธีการลากซุง วิถีโบราณที่ใช้งานช้างไทย ถือโอกาสทดสอบประสิทธิภาพการซูม 10 เท่า เพราะไม่สามารถเดินเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปได้
 


ซูม 10 เท่า 25-250 mm.
 

เสร็จจากการแสดงโชว์ช้างไปต่อกันที่โรงละคร ภายในโรงละครที่นี่สร้างออกแนวอนุรักษ์จึงไม่เหมือนกับโรงละครทั่วไป ระบบเสียง บวกกับแสงสีไม่ดีเท่าไร สำคัญอยู่ที่เนื้อหาที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ของคนไทยภาคกลาง มีการร่ายรำ การแสดงดนตรีไทย งานวัดประจำปี ที่สนุก และเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้มากที่สุด คงจะเป็นการแสดงศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ฟันดาบ ปิดท้ายด้วยการร่ายรำ 4 ภาค ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ลงมาร่วมรำวงกันอย่างสนุกสนาน
 

การโฟกัสในที่แสงน้อย
 

การแสดงรำกระทบไม้
 

เสร็จจากสวนสามพรานด้วยความประทับใจ เวลายังเหลือสามารถไปเที่ยวต่อได้อีกที่ เราตัดสินใจมุ่งสู่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เสียค่าเข้าชมคนละ 70 บาท เข้าสู่จุดแสดงจุดแรก ที่รวบรวมหุ่นขี้ผึ้งของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในประเทศไทย งาน ณ จุดนี้เมื่อเทียบกับจุดอื่นแล้ว ละเอียด และสมจริงมากที่สุด
 


สภาพแสงภายในพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างน้อยกล้องคำนวณความไวแสงให้ ISO 1600
 

พัฒนาโหมดเด่นเดิมให้คุณภาพดีกว่าเดิม
 

- I sweep Panorama
 

เดินเรื่อยมาจนมาหยุดอยู่ ณ ห้องจัดแสดง รูปสี่เหลี่ยมที่มีพระพุทธรูปวางเป็นประธาน รายล้อมด้วยพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งด้วยพื้นที่และมุมที่จำกัด ถึงแม้เลนส์ที่ให้มาเป็นเลนส์มุมกว้าง 25 mm. ก็ยังเก็บภาพไม่ได้ครบ จึงปรับโหมด I sweep Panorama ซึ่งมีให้เลือกทั้งในแบบ STD Wide และความละเอียดสูง HR แล้วเลือกทิศทางของกล้องกวาดกล้องตามแนวตั้งจากซ้ายไปขวา เพื่อเก็บความสูงของภาพให้ได้มากที่สุด จากการทดสอบในโหมดนี้แล้ว ยังคงรักษาความง่ายในการถ่ายภาพแบบยาวพิเศษภายในการกดชัตเตอร์แค่ครั้งเดียว และพัฒนาการถ่ายภาพพาโนราม่าความละเอียดสูงให้สมบูรณ์มากขึ้นจากรุ่นก่อนๆ ที่กล้องมักตัดการทำงานก่อนจะกวาดกล้องเสร็จ โดยเทคนิคการถ่ายให้ได้ครบตามที่กล้องทำได้ คือกวาดกล้องเร็วๆ ในระนาบเดียวกัน เพื่อไม่ให้หน่วยความจะของกล้องเต็มเสียก่อนจะกวาดกล้องจนสุด
 

แม้ในสภาพแสงน้อยก็ยังสามารถถ่ายภาพพาโนราม่าแบบความละเอียดสูงได้แนบเนียน
 

Blackground Defocus โหมดหน้าชัดหลังเบลอพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม
 

หลังจากทดสอบการพัฒนาของโหมดพาโนราม่าแล้ว ลองเก็บภาพใกล้ๆ เพื่อให้เห็นรายละเอียดของร่องรอย ความสมจริงของลายผิวหนังของหุ่นขี้ผึ้งกันต่อ ถือโอกาสปรับ เลือกซีนถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอที่โด่งดังมาจากรุ่นก่อนๆ ผลลัพธ์ที่ได้ ความเบลอมีการพัฒนาให้แนบเนียนคล้ายเบลอจริงๆ จากเลนส์กล้องที่เซ็นเซอร์ใหญ่ อย่างเห็นได้ชัด แทบดูไม่ออกว่าเป็นการเบลอจากโปรแกรม
 


ถ่ายโดยโหมด iAuto

โหมดหน้าชัดหลังเบลอ ที่ผ่านการพัฒนาให้สมจริงยิ่งขึ้น
 

ถ่ายกลางคืนถือด้วยมือ Hand held twilight โหมดถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสภาพแสงน้อย
 

นอกจากการพัฒนาโปรแกรมหน้าชัดหลังเบลอให้แนบเนียนยิ่งขึ้น กล้อง SONY CYBER-SHOT DSC WX100 ยังคงรักษาโหมดที่จำเป็นไว้อย่างการถ่ายกลางคืนถือด้วยมือในสภาพแสงน้อย ที่ในสภาวะแสงยากๆ แบบนี้ ให้สีตรงตามความเป็นจริงมากกว่าโหมดอัตโนมัติอัจริยะ หรือ iAuto ที่คำนวณให้เป็นค่ากลาง ที่เหมาะกับการใช้งานในสภาพแสงปรกติมากกว่าการถ่ายในสภาพแสงน้อย
 

ภาพซ้าย SCN ถ่ายกลางคืนถือด้วยมือ ให้สีตรงตามที่ตาเห็นมากกว่าภาพขวา iAUTO+ ที่คำนวนค่าสีให้ตรงตามธรรมชาติมากที่สุด
 

นอกจากนี้ SONY Cyber-shot DSC WX100 ยังมีโหมดพิเศษให้เลือกใช้ครบ ทั้งโหมดหน้าใสที่ถูกใจสาวๆ โหมดการถ่ายภาพ 3 มิติ หรือจะเลือก SCN ถ่ายภาพตามความเหมาะสม แต่สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานง่ายๆ แค่เปิดกล้องแล้วถ่าย โหมด iAuto ก็ยังคงรักษาคอนเซ็ปความง่าย ประมวลผลได้ฉลาดเหมือนเดิม
 


คุณภาพของภาพนิ่ง
 
SONY Cyber-shot DSC WX100 สามารถตั้งความละเอียดสูงสุดถึง18.2 ล้านพิกเซล คำนวณให้เห็นภาพง่ายๆ คือสามารถอัดคุณภาพสูงสุดได้ประมาณ 16 x 12 นิ้ว ที่ความละเอียด 300 dpi แต่หากใครต้องการอัดใหญ่กว่านั้น ก็สามารถอัดได้ เพียงแต่จะไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ภาพจะยังชัดเจนหากไม่เพ่งใกล้ๆ ส่วนใครต้องการแค่คุณภาพลงคอมพิวเตอร์ความละเอียดสูงถึง 18.2 ล้าน อาจจะไม่ได้ใช้เต็มที่
 

ในส่วนของการถ่ายทอดสีสันของกล้องตัวนี้ ยังคงรักษาคุณภาพมาตรฐานของกล้อง Cyber ?Shot คือมีความคมชัด สีสันสดใส ในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันที่แสงเยอะ ตอนกลางคืนหรือในสภาพแสงยากๆ อย่างภายในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง คำแนะนำสำหรับกล้องตัวนี้ คือเมื่ออยู่ในสภาพแสงน้อยให้ใช้โหมด ถ่ายกลางคืนถือด้วยมือ ภายใน SCN โหมด หรือเลือก iAuto+ จะทำให้ถ่ายภาพได้ง่าย และได้คุณภาพรูปที่ดีที่สุด
 
 

ความไวแสง ISO 800
 

เมื่อพูดถึงเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยแล้ว ถือโอกาสทดสอบเซ็นเซอร์แบบ ExmorR CMOS เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน บริเวณการจัดแสดงการละเล่นเด็กไทย มาดูกันว่าประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์และการประมวลผลของกล้องตัวนี้ จะเด็ดจริงอย่างคำโฆษณาหรือไม่
 
ISO 100- 12800
 

เนื่องจากภายในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ไม่อนุญาตให้ใช้ขาตั้งกล้อง จึงเป็นการดีที่จะทดสอบ เซ็นเซอร์ แบบ Exmor R CMOS และระบบกันสั่น ที่ถือว่ามีประสิทธิภาพ จากการทดสอบพบว่าภาพมีสัญญาณรบกวนต่ำ และสีผิดเพี้ยนน้อยกว่าปรกติ ที่ความไวแสง 800 ภาพยังเนียนสวย ไปจนถึงความไวแสง 1600 สัญญาณรบกวน และค่าสี จะเริ่มลดลงที่ความไวแสง 3200 แต่ภาพก็ยังถือว่ายังใช้ได้ และตั้งแต่ความไวแสง 6400 กล้องจะทำการถ่ายสูงสุด 6 ครั้ง แล้วประมวลผลรวมกันให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ถึงแม้สีจะเพี้ยน เป็นวุ้น และสัญญาณรบกวนมากอย่างเห็นได้ชัด และจะมากขึ้นอีกที่ความไวแสงสูงสุด 12800 แต่ก็ถือเป็นค่าความไวแสงที่สูงมากเมื่อเทียบกับกล้องคอมแพ็คยี่ห้ออื่นที่สามารถปรับตั้งได้ อย่างมากที่สุดแค่ ความไวแสง 3200 เท่านั้น ดังนั้นการได้ภาพที่สีเพี้ยนแต่ยังชัดเจน ดีกว่าได้ภาพที่เบลอ คือภาพเสียนั่นเอง
 

ภาพเปรียบเทียบที่ความไวแสงสูงๆ
 

คุณภาพวีดีโอ
 

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับกล้อง SONY Cyber-shot DSC WX100 นอกจากคุณภาพของภาพเคลื่อนไหว ที่คมชัด สีสันสดใส ในทุกสภาพแสง และไม่กินแสงมากแล้ว ระบบกันสั่นที่ดีอยู่แล้วจากรุ่นก่อน ยังถูกพัฒนาให้ดีกว่าเดิม สามารถใช้มือเปล่าเดินถือถ่าย ภาพที่ได้นุ่มนวล ไม่สั่นไหวชวนเวียนหัว คุณภาพไฟล์สามารถปรับตั้งได้สูงสุด Full HD บันทึกภาพแบบ AVCHD ใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บน้อยกว่าไฟล์วีดีโอ MP4 เกรนไม่เยอะ แม้ถ่ายในที่แสงน้อย เมื่อเทียบกับกล้องถ่ายภาพนิ่งที่ถ่ายวีดีโอได้ ที่สำคัญ สามารถซูมได้ขณะถ่ายภาพ ต้องยอมรับว่าคุณภาพวีดีโอของโซนี่ไม่เป็นรองใคร แม้กล้อง Cyber Shot ตระกูล W ซึ่งถือว่าเป็นกล้องคอมแพ็คที่ราคาไม่สูงก็ตาม
 

การเดินทางท่องเที่ยวในวันนี้ได้ซึมซับวิถีชีวิตแบบไทยอย่างเต็มอิ่ม ถึงแม้ที่นี่จะแทบไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเพราะกลุ่มเป้าหมายของที่นี่ คงเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย สำหรับชาวต่างชาติมากกว่า แต่จากที่ได้อยู่ที่นี่ทั้งวัน อยากแนะนำว่า นอกจากที่นี่เหมาะกับชาวต่างชาติได้เรียนรู้วิถีไทยแล้ว ยังเหมาะกับเด็กในสังคมเมือง หรือคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการศึกษา ภูมิปัญญาอย่างไทย และหากอยากเรียนรู้ อย่างเต็มที่ จากการทดลองทำจริงๆ แนะนำให้เข้าชมแค่ช่วงเช้าก็เพียงพอ แล้วแวะซื้อของฝากจากตลาดสุขใจ ที่มีผักผลไม้สดๆ คุณภาพสูง ราคาถูก ให้ได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน หากยังพอมีเวลาเหลือ แนะนำให้แวะพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ทางเข้าอาจจะดูยากเสียหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มราคาค่าเข้าชม
 

สรุป
 

ถึงแม้กล้อง SONY Cyber-shot DSC WX100 จะไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้น่าตื่นเต้นมากนัก แต่เมื่อเทียบกับขนาดของกล้องที่บางเพียง 17.5 ซม. ในขนาดเล็กกะทัดรัด การซูมได้ถึง10เท่า ทำให้กล้องตัวนี้น่าสนใจ เหมาะกับผู้ที่ต้องการกล้องคอมแพ็คเล็กๆ สะดวกในการพกพา แต่ซูมได้มากกว่าปรกติ โดยยังคงคุณภาพรูปที่ดีมากในทุกสภาพแสง ภาพคมชัด สีสันสดใส พัฒนาให้โหมดต่างๆ มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี พร้อมทั้งมีลูกเล่น Picture Effect เป็นทางเลือกให้ตบแต่งภาพผ่านกล้องได้เลย
ราคาเปิดตัว 8990 บาท
 
 
จุดเด่น
 

- เป็นกล้องคอมแพ็คขนาดเล็ก บาง 17.5 ซม.
- ซูมสูงสุดได้ 10 เท่า Optical 10x Clear image zoom 20 x
- เลนส์ G คุณภาพสูง มุมกว้าง wide 25 mm เก็บภาพในพื้นจำกัดได้ครบ
- ความละเอียดสูงสุด 18.2 ล้านพิกเซล
- คุณภาพของภาพนิ่งและวีดีโอ มีคุณภาพในทุกสภาพแสง
- LCD 2.7 ? 460k dots
- ระบบกันสั่นที่ตัวเลนส์ดีมาก ช่วยให้การถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอง่ายขึ้น
- High Speed Auto Focus จับภาพที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว ชัดแม่นยำเพียง 0.13 วินาที โฟกัสถี่และแม่นยำของระบบประมวลผล Bionz
- มีโหมดพิเศษ 9 Picture Effect ช่วยให้ถ่ายภาพได้สนุกยิ่งขึ้น
- พัฒนาโปรแกรมโหมดเด่นจากรุ่นก่อนหน้าให้คุณภาพดีขึ้น
- สามารถถ่ายภาพพานอราม่าได้
- เมมโมรี่สามารถใช้ได้ทั้ง SD และเมมโมรี่สติ้ก
 

จุดด้อย
 
- การชาร์จไฟจากอุปกรณ์ที่แถมมาให้ ต้องชาร์จเข้ากล้องโดยตรง
- การโฟกัสจะรวดเร็วและแม่นยำที่สภาพแสงเพียงพอ และการซูมไม่เยอะ
 
 
 
เรื่อง/ภาพ ชนาภา วรรณพักตร์
ตัดต่อวีดีโอโดย พิธาน รังสิยาภรณ์รัตน์
 
Copyright 2012 By Klongdigital.com 

 

ความคิดเห็น

ความเห็น 1
Popsnatur  
แค่กล้าที่จะเปลียนรายได้ของตัวเอง งานผ่านระบบอินเตอร์เน็ต... !
เข้ามาศึกษาระบบได้ก่อนการทำงาน ก่อนที่จะตัดสินใจ บริษัทมีสถานที่ตั้งชัดเจน ... จดทะเบียน 2,709 ล้านบาท สามารถทำเป็นแบบ (Part Time 10,000-15,000 บาท/เดือน ,Full Time 20,000 บาท ขึ้นไป /เดือน )

สนใจดูรายละเอียดที่
http://snt-job.yolasite.com/
http://snt-job.yolasite.com/
http://snt-job.yolasite.com/( ถ้าลิ้งไม่ขึ้น copy ลิ้งด้านล่างไปวางตรงช่องเว็ปไซน์เลยคะ)

ถ้ามัวทำอะไรเดิมๆก็จะได้อะไรเดิม ๆแต่ถ้ากล้าเปลี่ยน ความคิด หรือทำอะไรใหม่ ๆ คุณจะได้ในสิ่งที่คุณไม่เคยได้.
(ศึกษารายละเอียดให้ชัดเจน แล้วคุณจะเป็นดั่งบุคคลที่ระบบเราพิสูจน์ รับรายได้ ได้จริง).
ตอบกลับ   วันที่ 10 ก.ย. 2555 เวลา 03:04 น. IP 58.8.149.219
ความเห็น 2
xarock
กำลังจะซื้อกล้องรุ่นนี้ครับ เข้ามาดูกระทู้นี้ทำให้ตัดสินง่ายขึ้นเยอะเลย
ทำ review ออกมาได้ดีมากครับ แนะนำที่เที่ยว + review
ขอบคุณสำหรับกระทู้ดี ๆ ครับ :)
ตอบกลับ   วันที่ 04 ธ.ค. 2555 เวลา 13:37 น. IP 223.207.23.131



กล้องดิจิตอล ดอทคอม

ชมรมคนรักการถ่ายภาพ และข้อมูลกล้องดิจิตอล เลนส์ ที่มีขายในประเทศไทย แหล่งรวมรวบช่างภาพ นางแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายและวีดีโอ


Copyright © 2012, Klongdigital.com All rights reserved


ติดต่อเรา

อีเมล : webmaster@klongdigital.com
http://www.klongdigital.com