Olympus OM-D E-M5 เที่ยวกินอินนครชัยศรี


เรื่อง/ภาพ โดย Klongdigital.com วันที่ 07 ส.ค. 2555 เวลา 11:09 น. อ่านไป 22,962 ครั้ง

" นครชัยศรี" ดินแดนส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย เมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี จนถึงวันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครปฐม ที่หากใครได้ไป คงพลาดไม่ได้ที่จะไปสัมผัสบรรยากาศตลาดเก่า ริมแม่น้ำ ลิ้มลองของขึ้นชื่อ ที่นอกจากส้มโอแล้วยังมีร้านอาหารดังอย่างติ๊กโภชนา และพลาดไม่ได้ที่จะหิ้วเป็ดเจียมจันทร์กลับไปฝากครอบครัว
 
 
 


 
Olympus OM-D E-M5 Review
 
 
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเก่าๆ กล้องที่จะนำไปใช้งานวันนี้จึงเป็นกล้องแนวย้อนยุค คือกล้อง Olympus OM-D E-M5 กล้องแบบ Micro Four-Thirds ที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ 4/3 มีลักษณะสำคัญคือเป็นกล้องที่ขนาดไม่ใหญ่มากเปลี่ยนเลนส์ได้ และให้คุณภาพรูปที่ดีไม่แพ้ DSLR
 
 
 
คุณสมบัติเด่น
 
-การออกแบบย้อนยุคให้ความรู้สึกเหมือนกล้องฟิล์มเก่า
-เซ็นเซอร์แบบ CMOS Four Thirds (17.3 x 13 mm)
-เปลี่ยนเลนส์ได้
-ช่องมองภาพแบบ EVF 1,440,000 ล้านพิกเซล กำลังขยาย 1.15 เท่า ครอบคลุมมุมมองได้ 100%
-จอมอนิเตอร์ทัชสกรีนแบบ OLED ขนาด 3 นิ้ว 610,000 พิกเซล
-มีแฟลชแถม
-ความละเอียด16.1 ล้านพิกเซล
-ระบบป้องกันการสั่นไหว 5 ทิศทาง
-ระบบโฟกัสที่รวดเร็ว มีระบบโฟกัสติดตามแบบ 3 มิติ
-สามารถเลือกจุดโฟกัสแบบสัมผัส
-ความไวแสง ISO 100-25600
-บันทึกวิดีโอ Full HD
-ตัวกล้องทำจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์และเลนส์ซีลกันน้ำกันฝุ่นละออง
-มี Art Filter ให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย
 
 
การออกแบบ และการควบคุม
 
Olympus OM-D E-M5 ถูกออกแบบจากพื้นฐานโครงสร้างของกล้องฟิล์มตระกูล OM โครงสร้างทำจากแมกนีเซียม มีความแข็งแรงสูง ตัวกล้องและเลนส์ซีลกันน้ำกันฝุ่น น้ำหนักค่อนข้างมาก ผิวสัมผัสและการควบคุมทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้กล้องฟิล์มอีกครั้ง
 
 
นอกจากการออกแบบแนวเรโทรแล้ว กล้องตัวนี้ยังใส่เอกลักษณ์ของกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่คุณภาพสูง ทั้งจอเอียงได้แบบทัชสกรีน ความละเอียดสูง 610,000 พิกเซล พร้อมอิเลคทรอนิควิวไฟเดอร์แสดงผลการปรับตั้งค่าได้ไม่ต่างจากจอ LCD โดยจะสลับการทำงานอัตโนมัติเมื่อนำตาไปแนบที่วิวไฟเดอร์ มองภาพได้ชัดเจน และครอบคลุมการมอง 100 เปอร์เซ็นต์
 
 
การควบคุมการทำงานผ่านปุ่มต่างๆ คงเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับตั้งกล้อง และศึกษาเรื่องการถ่ายภาพ เพราะนอกจากวงแหวนปรับโหมด หรือปุ่มควบคุมที่ไม่ได้แตกต่างจากกล้องทั่วไป ยังออกแบบและจัดวางปุ่มอำนวยความสะดวกในการปรับตั้งค่าต่างๆ มีกระเดื่อง 2 กระเดื่องอยู่ในตำแหน่งเหมาะมือ หมุนปรับตั้งค่าอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากกล้อง DSLR รุ่นใหญ่ พร้อมปุ่มฟังก์ชั่น 2 ปุ่ม ที่ให้เลือกปรับค่าที่ใช้บ่อยๆ โดยไม่ต้องเข้าเมนู
 
 
 
 
นอกจากตัวกล้องที่คลาสสิคแล้ว เลนส์ที่ให้มาในชุด คือเลนส์ 12-50 มม.( 24-100 มม.) ยังสามารถปรับได้ 3 แบบ ตามลักษณะการใช้งาน และความถนัด ไม่ว่าจะเป็นการซูมแบบมือหมุน แบบอีเล็กทรอนิคซูมที่ทำให้การซูมถ่ายวีดีโอได้นุ่มนวล ยังปรับเป็นเลนส์มาโครได้ โดยช่วงซูมจะล็อคที่ระยะประมาณ 43 มม. และถ่ายได้ใกล้สุดประมาณ 3 ซม. จากหน้าเลนส์
 
 
 
 
 
 
ทำความรู้จักรูปโฉมภายนอก และสเป็คกล้อง Olympus OM-D E-M5 กันเพียงพอแล้ว ถึงเวลาไปใช้งานจริงกันค่ะ
การทดสอบกล้องในวันนี้จะเน้นที่การใช้งานแบบปรกติสำหรับคนทั่วไป ที่ใช้กล้องเพื่อเก็บภาพง่ายๆ เวลาเดินทางท่องเที่ยว โดยรูปตัวอย่างทั้งหมดเป็นไฟล์ต้นฉบับที่ได้จากกล้องผ่านการปรับแต่งด้วยโหมด และฟังก์ชั่นต่างๆ ผ่านกล้องเท่านั้น
 
 
บรรยากาศริมแม่น้ำท่าจีน : Olympus OM-D E-M5 Review
 
เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ เพราะห่วงว่าเส้นทางที่กำลังซ่อมแซม แถมพยากรณ์อากาศยังบอกไว้ว่าฝนจะเทลงมาในช่วงบ่าย ถึงแม้ Olympus OM-D E-M5 จะไม่กลัวฝน เพราะเป็นซีลกันน้ำ แต่เราก็ยังอยากได้ท้องฟ้าสีฟ้า มากกว่าท้องฟ้ามืดครึ้ม โดยจุดมุ่งหมายแรกคือไปกราบนมัสการพระประธานเก่าแก่ ที่วัดคงคาราม หรืออีกชื่อในปัจจุบันคือวัดกลางบางแก้ว วัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีน ภายในตัวอำเภอนครชัยศรี
 
เก็บภาพจากภายนอกโบสถ์ ที่มุมกว้างสุด โดยใช้โหมด iAuto : Olympus OM-D E-M5 Review
 
ใช้เวลาไม่นานก็ถึงวัดกลางบางแก้ว ซึ่งเวลาเช้าวันอาทิตย์อย่างนี้ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ ขายของให้คนท้องถิ่นได้เลือกซื้อ เราเดินตรงไปที่โบสถ์เก่าก็ต้องตกใจว่าทำไมประตูปิด ลองถามคนแถวนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเปิดกี่โมง เห็นประตูไม่ได้ล็อกเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไปชมเองเลยค่ะ
 
ช่วงเลนส์ 12-50 mm.(24-100mm.) : Olympus OM-D E-M5 Review
 
 
โหมดถ่ายภาพ
 
ก่อนจะเข้าไปภายในเรามาดูโหมดถ่ายภาพของกล้อง Olympus OM-D E-M5 กันก่อน Olympus OM-D E-M5 ใส่โหมดถ่ายภาพมาให้ทั้งหมด 8 โหมด คือโหมด P A S M โหมดมาตรฐานปรกติสำหรับผู้ที่ต้องการปรับตั้งค่าต่างๆ เองได้ iAuto ที่กล้องคำนวณทุกอย่างให้เสร็จ โหมด ART สำหรับใส่เอฟเฟ็คให้กับภาพ โหมด SCN สำหรับเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสม และโหมดถ่ายวีดีโอ
 
 
โหมด iAuto
 
เดินถ่ายภาพบริเวณโดยรอบโดยใช้โหมด iAuto โหมดนี้นอกจากกล้องจะคำนวณทุกอย่างให้อัตโนมัติแล้ว ยังสามารถปรับค่าความอิ่มสี เปลี่ยนค่าสมดุลแสงขาว ปรับความสว่าง ปรับการละลายฉากหลัง (คุมช่องรับแสง) หรือถ่ายวัตถุเคลื่อนที่เร็วให้ชัด (คุมชัตเตอร์สปีด) โดยสามารถสั่งให้กล้องทำงานง่ายๆ ด้วยการกดขึ้นลง โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการถ่ายภาพมากนัก
 
 
มองจากภายในโบถส์ โดยให้กล้องคำนวณค่าทุกอย่างให้ในโหมด iAuto
 
 
พนักงานต้อนรับที่ตามเราไปทุกที่ ถ่ายด้วยโหมด Art ภาพนุ่ม
 
 
ขึ้นบันไดเข้าสู่ประตูโบสถ์ที่ตอนนี้แทบมืดสนิทเพราะหน้าต่างภายในยังไม่ถูกเปิดออก ถือวิสาสะเปิดหน้าต่างอีกครั้ง พบกับพนักงานต้อนรับร้องเหมียวๆ ที่สงสัยจะรับหน้าที่คอยเฝ้าโบสถ์ เพราะตั้งแต่เราเปิดหน้าต่างก็เดินตามไปทุกที่ เลยต้องบอกว่าเรามาดีมาถ่ายภาพ
 
 
 
Art Filter
 
กราบนมัสการพระประธานภายในโบสถ์เก่า โดยไม่ลืมที่จะเก็บภาพ จิตรกรรมฝาผนังที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และลองเก็บภาพโดยใช้ Art filter ที่ช่วยให้ใช้งานกล้อง Olympus OM-D E-M5 ได้สนุกขึ้นได้ภาพถ่ายที่แปลกตา ได้อารมณ์ภาพที่แตกต่าง โดยไม่ต้องไปตกแต่งในคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
 
 
จิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์ ภาพสีสันปรกติ
 
 
ภาพจาก Art Filter
 
 
โดยโหมด Art Filter มีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้งานมากถึง 11 แบบ จะเลือกถ่ายทีละภาพ หรือสั่งการให้กล้องถ่าย 1 ภาพแต่ประมวลผลให้ใส่ฟิลเตอร์ทั้งหมด 17 แบบ ด้วยการเลือก Art BKT อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่เลือกไม่ถูกว่าใช้ฟิลเตอร์แบบไหนจะได้ภาพที่ถูกใจที่สุด แต่อาจจะต้องเตรียมเมมโมรี่ และแบตเตอรี่ไปเยอะหน่อยหากจากใช้ Art BKT บ่อยๆ แต่สำหรับการทดสอบกล้องโหมดนี้ถือว่าช่วยให้ทดสอบได้เร็วขึ้น เพราะกดชัตเตอร์แค่ครั้งเดียว กล้องก็ประมวลผล ใส่ฟิลเตอร์ให้ทุกแบบ ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้เลยค่ะ
 
ภาพแบบปรกติ
 
ป๊อปอาร์ต
 
ภาพนุ่ม
 
สีซีดจาง
 
โทนแสงอ่อน
 
ภาพเกรนแตก
 
กล้องรูเข็ม
 
ไดโอราม่า
 
ครอสโปรเซส
 
ซีเปียนุ่ม
 
โทนสีเกินจริง
 
คีย์ไลน์
 
I-Enhance
 
Vivid
 
Natural
 
Muted
 
Portrait
 
โมโนโทน
 
ดูภาพตัวอย่างการใส่ อาร์ทฟิลเตอร์ในทุกแบบไปแล้ว จะเห็นได้ว่าถึงแม้ Olympus OM-D E-M5 จะมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้เยอะ แต่ก็ไม่ได้ใส่มาแค่ปริมาณ ยังเน้นคุณภาพ เพราะฟิลเตอร์ทุกตัวมีความสวยงาม สามารถใช้งานได้จริง แต่หากใครยังจำโทนภาพแต่ละฟิลเตอร์ไม่ได้ และจะเลือกถ่ายทีละฟิลเตอร์อาจจะใช้งานยากหน่อย เพราะเมนูที่ให้เลือกไม่ได้แสดงภาพตามที่เราเล็งจะถ่าย แต่แสดงเป็นภาพตัวอย่างจากกล้อง จึงทำให้เรานึกภาพไม่ออก ถ้าปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงผลภาพที่กำลังเล็งถ่ายโดยใส่ฟิลเตอร์นั้นเลย น่าจะใช้งานง่ายขึ้น โดย Art Filter ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้กับการถ่ายวีดีโอ และฟิลเตอร์แต่ละตัวยังสามารถปรับแต่ง หรือจะเลือกสร้างฟิลเตอร์ด้วยตัวเองก็สามารถทำได้
 
เก็บภาพบริเวณรอบๆ โบสถ์เก่า โดยใช้ ArtFilter โทนสีเกินจริง
 
เสี่ยงเซียมซีภายในโบสถ์ ArtFilter ไดโอราม่า
 
 
 
 
 
กริป Power Battery Holder HLD-6
 
ถ่ายภาพได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็เริ่มเมื่อย ด้วยน้ำหนักของกล้องที่ค่อนข้างมาก และกริปติดตัวกล้องที่จับไม่ถนัดมือเท่าไรนัก เลยหยิบอุปกรณ์เสริม Power Battery Holder HLD-6 ขึ้นมาประกอบ โดยกริป Power Battery Holder HLD-6 แบ่งออกเป็น2 ส่วน ส่วนแรกเป็นกริปมือจับ พร้อมปุ่มชัตเตอร์และแป้นควบคุมการทำงานเช่นเดียวกับที่ตัวกล้อง อีกส่วนเป็นแบตเตอรี่กริปสำหรับเพิ่มแบตเตอรี่อีกหนึ่งก้อน ที่มีปุ่มชัตเตอร์และแป้นควบคุมแนวตั้ง ซึ่งต้องใส่ต่อจากส่วนแรกสามารถใช้งานได้เต็มระบบ และควบคุมการทำงานได้สะดวกขึ้น แถมกล้องยังดูหล่อขึ้นอีกหลายเท่า จับได้ถนัดมือขึ้น หากใครห่วงเรื่องน้ำหนักและไม่ซีเรียสเรื่องชัตเตอร์แนวตั้งสามารถใส่เฉพาะกริปช่วยจับเฉพาะด้านข้างได้ หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงควรหาซื้อมาเป็นอุปกรณ์เสริมติดกล้องดีกว่าค่ะ
 
เก็บภาพบริเวณรอบๆโบสถ์เก่า โดยใช้ ArtFilter โทนสีเกินจริง
 
 
กราบลาหลวงพ่อภายในพระอุโบสถ เดินทางต่อไปกินข้าวกันที่ตลาดท่านา ตลาดเก่าแก่อายุเป็นร้อยกว่าปี มีที่ยังอนุรักษ์ให้สภาพบ้านเรือนไม้ และตลาดยังยังคงเงียบสงบตามวิถีของชุมชนริมแม่น้ำนครชัยศรี
 
 
บรรยากาศเก่าๆ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ภายในตลาดท่านา
 
 
ร้านที่เราฝากท้องในวันนี้ คือร้านติ้กโภชนา มีเมนูขึ้นชื่อคือ ไข่เจียวหมูสับ กุ้งทอดกระเทียม และต้มยำกุ้งแม่น้ำ เสียดายที่เรามาเช้าไปกุ้งทอดกระเทียมยังไม่มี เลยสั่งห้อยจ้อปูมาแทน
 
 
เมนูเด็ดของร้านติ้กโภชนา
 
การมากินข้าวที่ติ้กโภชนา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เคยมากินเมื่อครั้งสิบกว่าปีก่อนเป็นอย่างไร รสชาติในวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ความอร่อยถึงไม้จะไม่สุดๆ แต่ต้องให้คะแนนความสม่ำเสมอ ความเที่ยงของฝีมือแม่ครัว ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังซักครั้ง
 
 
 
 
กินข้ามอิ่ม เดินชมตลาดกันต่อ สินค้าภายในตลาดส่วนใหญ่ เป็นของเก่า ของเด็กเล่น และของกินที่มีไว้ขายนักท่องเที่ยวที่มาจากกรุงเทพ ก่อนกลับไม่ลืมแวะซื้อเป็ดเจียมจันทร์ เป็ดพะโล้ที่อร่อยที่สุดในโลก (ความรู้สึกส่วนตัว) กินมาตั้งแต่เป็นตึกไม้เก่าๆ จนตอนนี้สร้างใหม่อยู่ภายในตลาดความอร่อย และราคายังคงไม่แพงเหมือนเดิม
 
เป็ดพะโล้เจียมจันทร์
 
 
หิ้วเป็ดพะโล้กลับบ้านตัวโต พลิกข้อมือดูนาฬิกา ยังไม่ 11 โมง ตัดสินใจเดินทางไปชมภาพยนตร์ฟรีก่อนกลับบ้าน กันที่ทางผ่าน คือพุทธมณฑลสาย 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอภาพยนตร์นั่นเอง
 
 
 
 
 
โหมด SCN
 
ก่อนจะเข้าสู่หอภาพยนตร์ เรามาดูโหมดต่อไปของกล้อง Olympus OM-D E-M5 คือโหมด SCN นอกจากซีนปรกติที่กล้องทั่วไปมีแล้ว Olympus OM-D E-M5 ยังใส่ซีนการถ่ายพาโนราม่า 3D ฟิชอาย ไว้ใน ซีนโหมด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกตั้งค่าภาพที่จะถ่ายสั่งการกล้องให้ปรับค่าที่เหมาะสม นอกจากนี้การถ่ายภาพแบบตั้งสปีดชัตเตอร์ช้าๆ อย่างการถ่ายสายน้ำไหล และไฟกลางคืน ยังสามารถสั่งให้กล้องแสดงภาพที่ได้ทุก 0.5 วินาที ? 60 วินาที อำนวยความสะดวกให้ผู้ถ่ายภาพที่ไม่จำเป็นต้องคำนวณอะไรมาก แต่ก็ได้ภาพออกมาพอดี เพราะกล้องจะแสดงผลให้เห็น และสั่งการกล้องให้หยุดการทำงานเมื่อภาพเป็นที่พอใจ
การเดินทางมาหอภาพยนตร์ไม่ได้ตั้งใจมาชมหนังฟรีเพียงอย่างเดียว แต่ยังตั้งใจมาทดสอบกล้อง Olympus OM-D E-M5 ในสภาพแสงน้อยถึงน้อยมากๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ที่จัดแสดงสิ่งของใช้ที่ใช้ประกอบฉาก และใช้ในกระบวนการผลิตที่ได้รับบริจาคมาจากคนทำหนัง ถูกรวบรวมไว้ภายในพิพิธภัณฑ์แสดงให้เห็นประวัติความเป็นมาของภาพยนตร์ในรอบร้อยปีที่ผ่านมา ให้คนทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้
 
 
ถ่ายภาพด้านหน้าพิพิธภัณฑ์บริเวณรูปปั้นบิดาแห่งภาพยนตร์สยาม พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ด้านหลังเป็นห้องจัดแสดงจำลองแบบโรงถ่ายภาพยนต์เสียงศรีกรุง สถานที่ที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการผลิต และพัฒนาภาพยนตร์ของชาติระยะก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนจะหยุดกิจการเพราะน้ำท่วมใหญ่ปี 2485 และเกิดสงครามโลกขึ้น หลังสงครามโลกจึงเปลี่ยนเป็นโรงฉายภาพยนต์ ศาลาศรีกรุง ก่อนที่จะเลิกกิจการ และปัจจุบันพื้นที่ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิท
 
 
เดินจากด้านหน้าไปยังหัวจักรรถไฟ ที่ใช้ถ่ายทำหนังในยุคเริ่มแรก นอกจากหัวจักรรถไฟแล้ว ภายในบริเวณนี้ยังมีรูปปั้นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวงการหนังอยู่หลายคน
 
 
 
 
ชมการจัดแสดงภายนอกอันร้อนระอุจนครบ เดินเข้าสู่แอร์เย็นๆภายในโถงจัดแสดงเพื่อชมของที่เกี่ยวกับการสร้างหนัง ภายในโรงถ่ายภาพยนต์เสียงศรีกรุงจำลองกันค่ะ
 
 
ความไวแสง 200-25600/ระบบกันสั่น5 ทิศทาง
 
 
บรรยากาศภายในนอกจากแอร์จะเย็นฉ่ำแล้ว เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของโรงหนัง แสงสีจึงค่อนข้างมืด ถือโอกาสทดสอบคุณภาพของภาพในที่แสงน้อย และระบบกันสั่น 5 ทิศทาง ระบบกันสั่นแบบใหม่ที่โอลิมปัสคิดค้นขึ้น กันสั่นถึง 5 ทิศทาง ทั้งแนวราบ แนวตั้ง และแบบหมุน ช่วยให้ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีขึ้นไปอีก
 
ISO-4000
 
ปรับโหมดออโต้ถ่ายภายในพิพิธภัณฑ์กล้องดันความไวแสงอย่างต่ำสุด 1600 และสูงสุดถึง 25600 คุณภาพของภาพจะเป็นอย่างไร สามารถชมภาพได้เลยค่ะ
 
เดินเข้าสู่บริเวณแรกที่ถูกจัดแสดงด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และของใช้ที่เคยเข้าฉากหนังดังๆ มาหยุดสะดุดตากับเสลท หรือแคลบบอร์ด ของแดงไบเล่ย์ หนึ่งในเสลทที่เรียงราย มีการปิดทอง ทำสีให้เป็นสิริมงคล ทำให้หวนนึกถึงหนังที่พี่ติ้ก เจษฎาพร ที่แจ้งเกิดเป็นเรื่องแรก ชื่นชมอยู่ได้ซักพัก วิทยากรก็พาเราไปในโซนหนังผี มีของใช้ที่ใช้เข้าฉากจริงของหนังหลายๆ เรื่องรวมถึงศพของแม่นาคพระโขนง เวอร์ชั่นที่คุณทราย เจริญปุระ หากมาคนเดียวในโซนนี้ก็ชวนขนหัวลุกได้เหมือนกัน
 
ชุดที่ใช้ในการแสดง ISO12800
 
เสลท ISO400
 
เสลทแดงไบเล่ย์ ISO 1600
 
เสียงบรรยายของวิทยากรยังดังแลกเปลี่ยนความรู้กับเราอยู่เรื่อยๆ จนตอนนี้เดินเข้าสู่โซนของคัทเอาท์หนังไทยขนาดใหญ่ ที่เราก็เพิ่งทราบข้อมูลว่าการทำหนังสมัยก่อนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังต้นทุนต่ำ แต่กลับลงทุนในการทำคัทเอาท์สูงกว่าเงินที่ลงทุนทำหนังเสียอีก ดูจากผลงานการวาดคัทเอาท์แล้ว และคนที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือคุณเปี๊ยกโป๊สเตอร์นั่นเอง
 
คัทเอ้าท์หนังไทยสมัยก่อน ISO 1600
 
ตุ๊กตารางวัล ISO1600
 
 
ถัดจากโซนคัทเอาท์หนัง มีการจัดแสดงแผ่นเสียงที่ใช้เป็นเพลงประกอบ และรางวัลภาพยนตร์ไทย ทั้งรางวัลตุ๊กตาทอง ที่ในปีแรกๆ ใช้ตัวรางวัลเป็นรูปตัวพระและตัวนางรำในนาฎศิลป์ไทย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรูปตุ๊กตาพระสุรัสวดีในปัจจุบัน
 
 
ภาพมุมสูงโซนแห่งเกียรติยศ Art Filter ไดโอราม่า ISO10000
 
โซนถัดไปเป็นโซนแห่งเกียรติยศ ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ นายรัตน์ เปสตันยี คนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดภาพยนตร์นานาชาติ นั่งคู่กับกล้องมิทเชล รายล้อมด้วยฉากหนังโรงแรมนรก และสวรรค์มืด ผลงานเด่นของท่านพร้อมประวัติที่ค่อนข้างขมขื่น
 
รัตน์ เปสตันยี คนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดภาพยนตร์นานาชาติ
 
ถัดจากโซนนี้ต่อไปจะเป็นโซนของการถ่ายทำหรือ พรีโพรดักชั่น เริ่มตั้งแต่การเขียนบท เตรียมทีมงาน คัดเลือกตัวแสดง ทำอุปกรณ์ประกอบฉาก ทำชุดนักแสดง ก่อนจะถึงขั้นตอนการถ่ายทำ หรือโพรดักชั่น จนกระทั่งคำสั่ง แอ็คชั่นของผู้กำกับดังขึ้นการถ่ายทำจึงเริ่มต้น
 
แป้นพิมพ์บท ISO 25600
 
 
 
ถ่ายทำเสร็จสิ้น ก็เข้าสู่โซนของโพสต์โพรดักชั่นทั้งการะบวนการล้างพิมพ์ฟิล์ม ตัดต่อ ทำซับไดเติ้ล และสิ้นสุดกระบวนการที่ส่วนค้า คือสายหนังส่งหนังออกฉายที่โรงหนัง
 
กล้องสำหรับถ่ายหนัง ISO 16000
 
พอถึงจุดสิ้นสุดที่ตรงนี้แบตเตอรี่ของกล้อง Olympus OM-D E-M5 ก็ถึงจุดสิ้นสุดด้วย เลยไม่ได้เก็บภาพภายในโรงหนังอลังการ และภาพการฉายหนังและหนังยุคแรกๆ ของประเทศไทย รวมไปถึงโซนนักพากย์มาให้ชม ดังนั้นหากใครที่ต้องการถ่ายภาพทั้งวันแนะนำให้ซื้อแบตเตอรี่สำรองอีก 1 ก้อน จะได้ไม่พลาดการเก็บภาพสำคัญอย่างวันนี้ค่ะ
 
 
ดูหนังเสร็จปิดการแสดงด้วยการเดินออกจากโรงหนังสู่โลกภายนอกในเวลาบ่าย 1 ตาแทบสู้แสงไม่ไหว วิทยากรแจ้งเราว่านี่คือส่วนหนึ่งของการจัดแสดงโซนตาหยี เพราะการดูหนังในสมัยก่อนดูจบไม่มีการปรับแสงอย่างในปัจจุบัน ออกจากโรงหนังจึงต้องตาหยีเป็นเรื่องปรกติ
 
 
คุณภาพของภาพ
 
ความสวยงามของภาพจากกล้อง Olympus OM-D E-M5 ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของกล้องตัวนี้ ถ่ายทอดสีสันได้สวยมาก เก็บรายละเอียดได้ดีทั้งในส่วนมืดส่วนสว่าง ภาพที่ได้คมชัด สีสันสดใส ไล่เฉดสีได้สวยงาม คุณภาพภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีคาดหวังได้จนถึงความไวแสง 4000
 
 
และนอกจากภาพถ่ายในแบบปรกติที่ Olympus OM-D E-M5 ทำได้เป็นที่ประทับใจแล้ว ในโหมด Art Filter ยังเขียนโปรแกรมให้ใช้งานได้จริงได้สวยงามในทุกแบบ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการภาพที่สวยแปลกตา สร้างอารมณ์ภาพให้เปลี่ยนไปได้เป็นอย่างดี
 

 

Olympus OM-D E-M5 Review รีวิว
 
 
คุณภาพไฟล์วีดีโอ
 
 
Olympus OM-D E-M5 สามารถถ่ายวีดีโอได้ ความละเอียดสูงสุด Full HD เฟรมเรท 29.97 ภาพ/วินาที ฟอร์แมทไฟล์เป็น *.MOV (Quicktime) ซึ่งใช้พื้นที่เก็บข้อมูลไม่มากนัก ค่า Pixel Depth อยู่ที่ 24 และ Average Data Rate มากที่สุด 2.4 MB/วินาที
 
 
สำหรับคุณภาพของภาพในการถ่ายสีสันปรกติ การถ่ายทอดสีสันได้สวยสด คมชัดสดใส ระบบกันสั่น 5 ทิศทาง ทำให้การถ่ายวีดีโอมีคุณภาพ สั่นไหวน้อย แม้ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เสริมอย่างขาตั้งกล้องหรือสเตติแคม และยังสามารถปรับตั้งค่า และถ่ายภาพนิ่งได้ขณะถ่ายวีดีโอ
 
 
นอกจากนี้ยังสั่งงานให้กล้องโฟกัสที่จุดที่ต้องการยังง่ายโดยใช้นิ้วจิ้มที่จอสัมผัส ตัวกล้องมีระบบโฟกัสติดตามจึงติดตามความเคลื่อนไหวแม้วัตถุกำลังเคลื่อนที่ แต่ก็มีข้อเสียคือ ระบบโฟกัสที่หาโฟกัสตลอดเวลา ทำให้ไฟล์วีดีโอดูเหมือนสั่นไหว หากต้องการถ่ายควรล็อกโฟกัสไว้จะได้คุณภาพที่ดีกว่า
 
ส่วนการใช้ Art Filter ในการถ่ายวีดีโอ ยังต้องปรับปรุงเพราะไฟล์วีดีโอที่ได้ยังกระตุกอย่างเห็นได้ชัด
 
 
สรุป Olympus OM-D E-M5 รีวิว
 
 
หากอยากได้กล้องที่ถ่ายรูปสวย กล้องสวย ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้กล้องฟิล์มอีกครั้ง และมีงบประมาณไม่จำกัด กล้อง Olympus OM-D E-M5 ถือเป็นคำตอบ เพราะเป็นกล้องที่ถ่ายรูปสวยมาก ไม่ว่าจะแสงมากแสงน้อย เลนส์ 12-50 มม. หรือช่วง 24-100 ที่ให้มา นอกจากคุณภาพดีแล้วยังออกแบบมาให้ปรับได้ถึง 3 แบบตามลักษณะการใช้งาน ทั้งซูมหมุนมือ ซูมอีเล็คทรอนิค หรือจะปรับเป็นเลนส์มาโคร ตัวกล้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานและปุ่มควบคุมมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับตั้งกล้อง แต่สำหรับใครไม่ได้มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพมากนัก อาจจะต้องอ่านคู่มือเยอะถ้าจะใช้งานให้ครบ เพราะเมนูที่ให้มาเยอะมาก ใช้งานค่อนข้างยาก แต่ถ้าไม่อยากศึกษามาก เพียงแค่เลือกไปที่โหมด iAuto หรือโหมด ArtFilter ก็ได้รูปสวยง่ายๆ และด้วยความที่เป็นกล้องถ่ายภาพที่เน้นการถ่ายภาพนิ่ง วีดีโอจึงเป็นส่วนรอง แต่ก็ถือว่าคุณภาพสูงทั้งไฟล์ภาพและระบบกันสั่น ถ้าไม่ติดว่าขนาดไฟล์ใหญ่กินเมมโมรี่ การหาโฟกัสตลอดเวลาขณะถ่าย และ ArtFilter ยังใช้งานไม่สมบูรณ์ในการถ่ายวีดีโอ
 
 
จุดเด่น
 
-คุณภาพของภาพนิ่งที่สวยมาก
-การออกแบบและควบคุมกล้องกล้องแนวย้อนยุค
-วัสดุการผลิตดีมาก
-คุณภาพของภาพในที่แสงน้อยดีมาก
-ArtFilter สวยทุกฟิลเตอร์
-มีปุ่มเมนูลัดให้เลือกปรับตั้งค่าได้สะดวก
-ระบบกันสั่น 5 ทิศทาง ที่ดีเยี่ยม
-มีเมนูให้ปรับตั้งค่าเยอะมาก
 
 
จุดด้อย
 
-ราคาค่อนข้างสูง
-เมื่อถ่ายวีดีโอหากไม่ได้ล็อกโฟกัสกล้องจะหาโฟกัสตลอดเวลา ทำให้ภาพคล้ายสั่นไหว
-โหมด ArtFilter เมื่อถ่ายวีดีโอภาพจะกระตุก
 
 
ขอขอบคุณ โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อกล้อง Olympus OM-D E-M5
 
เรื่อง/ภาพ ชนาภา วรรณพักตร์
ตัดต่อวีดีโอโดย พิธาน รังสิยาภรณ์รัตน์
 

รูปประกอบ
วีดีโอประกอบ

ความคิดเห็น

ความเห็น 1
banksrinakhon  
ดีที่่ถ่ายโหมดวีดีโอได้
ตอบกลับ   วันที่ 16 ส.ค. 2555 เวลา 08:27 น. IP 61.91.205.98
ความเห็น 2
Tos
ด่วนเลย ต้องหามาประจำให้ได้............
ตอบกลับ   วันที่ 02 มี.ค. 2556 เวลา 23:54 น. IP 171.4.160.233
ความเห็น 3
Aong Permsak  
ชอบโอลี่อยู่แล้วครับต้องการจะซื้อให้ลูกสาวแต่เจ้าตัวเขาไม่หยากหัดแต่งรูปที่เขาไม่ชอบนั่นแหละเงื่อนไขที่ผมจะซื้อให้
ตอบกลับ   วันที่ 14 ต.ค. 2556 เวลา 17:15 น. IP 1.4.199.51



กล้องดิจิตอล ดอทคอม

ชมรมคนรักการถ่ายภาพ และข้อมูลกล้องดิจิตอล เลนส์ ที่มีขายในประเทศไทย แหล่งรวมรวบช่างภาพ นางแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายและวีดีโอ


Copyright © 2012, Klongdigital.com All rights reserved


ติดต่อเรา

อีเมล : webmaster@klongdigital.com
http://www.klongdigital.com